5 ประเภท ของรถยนต์ไฟฟ้า BEV, HEV, PHEV, FCEV และ EREV

5 ประเภท ของรถยนต์ไฟฟ้า BEV, HEV, PHEV, FCEV และ EREV

21 April 2026

ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ รถยนต์ EV (Electric Vehicle) ถือว่าเป็นยานยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงในปีนี้ ยิ่งบวกกับสถานการณ์ด้านน้ำมันและเศรษฐกิจ รวมถึงเทรนด์ Net Zero ก็ยิ่งทำให้รถยนต์ EV เติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างเห็นได้ชัด แต่ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า มาดูกันก่อนว่าประเภทของรถยนต์ไฟฟ้า มีอะไรบ้าง และแต่ละประเภททำงานอย่างไรบ้าง มีรุ่นไหนที่จำหน่ายบ้างในไทย  

ประเภทของรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 5 ประเภท

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าถ้าให้แยกประเภทในช่วงก่อนหน้า จะคุ้นชินกับรถไฟฟ้า 4 ประเภท แต่ในปัจจุบันนี้มีอีกหนึ่งประเภทที่ถูกเพิ่มเข้ามา นั่นก็คือ รถยนต์ไฟฟ้า EREV หรือ REEV เพราะฉะนั้น ในบทความนี้เราจะกล่าวถึง 5 ประเภทรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ดังนี้

รถยนต์ไฟฟ้า BEV

1. รถยนต์ไฟฟ้า BEV

รถยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ BEV (Battery Electric Vehicle) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีการปล่อยไอเสียเลยแม้แต่นิดเดียว และขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบ 100% โดยไม่มีระบบอื่นผสมอยู่ โดยพลังงานไฟฟ้าในตัวแบตเตอรี่มาจากการเสียบปลั๊กชาร์จไฟ หรือก็คือการใช้ EV Charger นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรุ่น อาทิ Tesla Model 3, BYD Atto 3, BYD Sealion 7, Deepal S05 หรือแม้แต่แบรนด์น้องใหม่อย่าง Zeekr 7X เป็นต้น

รถยนต์ไฟฟ้า HEV

2. รถยนต์ไฟฟ้า HEV

อีกหนึ่งรถยนต์พลังงานทางเลือกก็คือ รถยนต์ไฟฟ้าประเภทผสมหรือไฮบริด HEV (Hybrid Electric Vehicle) ซึ่งเป็นยานยนต์ลูกผสมที่มีการใช้ทั้งเครื่องยนต์ไฟฟ้าและมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมแบตเตอรี่ โดยรูปแบบการทำงานคือ การผลิตกระแสไฟฟ้าจากเครื่องยนต์ โดยไม่ต้องชาร์จไฟเพื่อเก็บพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่เหมือนรถ BEV

โดยรถยนต์ไฟฟ้าประเภท HEV จะมีระบบอัตโนมัติที่คอยควบคุม ว่าจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าหรือว่าเครื่องยนต์ เรียกง่าย ๆ ว่า ทำงานร่วมกันระหว่างน้ำมันและไฟฟ้า ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้า HEV ในไทยปัจจุบันมีหลายรุ่น อาทิ Nissan Kicks e-Power, Toyota Yaris Cross, Mitsubishi Xpander HEV และ Honda City e-HEV

รถยนต์ไฟฟ้า PHEV

3. รถยนต์ไฟฟ้า PHEV

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า PHEV (Plug-in Hybrid  Electric Vehicle) เป็นรถยนต์ที่ต่อยอดมาจากรถ HEV มีลักษณะการขับเคลื่อนคล้าย ๆ กัน แต่ความต่างกันก็คือ สามารถชาร์จไฟได้ ในขณะที่ HEV จะไม่มีช่องให้เสียบชาร์จไฟ ซึ่งการทำงานของรถ PHEV ถือว่าเป็นรถ 2 ระบบที่มีทั้งการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันในตัว แต่เพิ่มเติมคือชาร์จไฟได้ (Plug-in) และข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ มีระยะการวิ่งที่ไกลมากกว่ารถยนต์ HEV ซึ่งในไทยมีจำหน่ายหลายรุ่นเช่นกัน อาทิ BYD Sealion 6 DM-I (PHEV), Haval H6 PHEV, Volvo XC40 และ MG HS PHEV เป็นต้น

รถยนต์ไฟฟ้า FCEV

4. รถยนต์ไฟฟ้า FCEV

ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าประเภท FCEV (Fuel Cell Electric Vehicle) เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้พลังงานมาจากเซลล์เชื้อเพลิง โดยหลักการทำงานคือ เติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจากภายนอกเข้ามา จึงทำให้มีความจุพลังงานที่มากกว่าแบตเตอรี่ ซึ่งในปัจจุบันรถยนต์กลุ่มนี้ถือว่ายังมีตัวเลือกไม่ค่อยมากนักในตลาดรถ EV ในไทย เพราะมีข้อจำกัดด้านสถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน คล้าย ๆ กับปัญหาของรถยนต์ BEV ในอดีต ที่ยังมีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ซึ่งรถในกลุ่มนี้ที่มีจำหน่ายในต่างประเทศก็มีทั้ง Toyota Mirai, Hyundai Nexo และ Honda Clarity Fuel Cell  

รถยนต์ไฟฟ้า EREV หรือ REEV

5. รถยนต์ไฟฟ้า EREV หรือ REEV

อีกหนี่งรถยนต์ไฟฟ้าที่มาแรงในตอนนี้ก็คือ รถยนต์ไฟฟ้า ERVE หรือ REEV (Extended-Range Electric Vehicle) ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า แต่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ที่คอยทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าและชาร์จแบตเตอรี่ไปด้วย โดยความพิเศษของรถยนต์ไฟฟ้ากลุ่มนี้คือ เพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้ไกลมากขึ้น

อย่างเช่น Deepal S05 EREV ที่วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 1,234 กม. เมื่อใช้พลังงานไฟฟ้าและเติมน้ำมัน เพราะฉะนั้น รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มนี้ จึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในปีนี้ เพราะช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางในการขับขี่ และปัญหาในการหาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ต่างจังหวัด

สรุป

สำหรับประเภทของรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 5 ประเภท ไม่ว่าจะเป็น BEV, HEV, PHEV, FCEV และ REEV ก็ถือว่าเป็นยานยนต์ที่ถูกพัฒนาและออกแบบมาเพื่อลดปัญหาการปล่อยมลพิษไม่แพ้กัน เพียงแต่มีหลักการในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเลือกรถในกลุ่มไหนก็ตาม ผู้ใช้รถยนต์ต้องเลือกรถยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการใช้งานของตนเอง เช่น หากมีบ้านอยู่แล้ว และใช้รถสำหรับเดินทางไป-กลับ ที่ทำงานเท่านั้น ก็สามารถเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า BEV ได้ พร้อมติดตั้ง Home Charger ที่บ้านแทน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟนอกบ้าน เป็นต้น

กลับสู่หน้าบทความ

Article Related