Full – Package บริการติดตั้ง EV Charger ที่บ้านแบบครบวงจร

สำหรับคนใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Car ในทุก ๆ ชนิด ที่กำลังมองหาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าราคาย่อมเยา ใช้งานง่าย ที่มาพร้อมบริการติดตั้งเครื่องชาร์จแบบครบ จบ ในที่เดียว ไม่ต้องหาทีมงานด้วยตัวเอง เพียงเลือกบริการติดตั้ง EV Charger ที่บ้านแบบ Full – Package กับทาง Plughaus Thailand รับสิทธิประโยชน์มากมายในราคาที่ดีที่สุด พร้อมมาตรฐานงานติดตั้ง ที่จะทำให้การชาร์จไฟปลอดภัย แถมใช้งานได้ยาวนานยิ่งกว่า 

แพ็กเกจติดตั้ง EV Charger ที่ Plughaus ครบ จบ ในที่เดียว

แพ็กเกจติดตั้ง EV Charger ครบ จบ ในที่เดียว

สำหรับแพ็กเกจติดตั้ง EV Charger ของทาง Plughaus เราออกแบบมาให้บริการแบบ One Stop Service คือให้บริการทั้งจำหน่ายเครื่องชาร์จ พร้อมทั้งการบริการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน ด้วยทีมงานที่มากประสบการณ์ โดยเฉพาะช่างไฟฟ้าที่มีใบอนุญาต ทำให้การติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานของ กฟผ. และ กฟน. เรียกง่าย ๆ ว่า เราให้บริการแบบครบ จบ ในที่เดียว ไม่ต้องยุ่งยากหาช่างให้วุ่นวาย หรือต้องไปหาซื้อเครื่องชาร์จเอง

มีเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV หลายรุ่นให้เลือก

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายในบ้าน ที่ใช้งานได้ง่าย ใช้กับรถยนต์ BEV ได้ทุกรุ่น ทางเราก็มีตัวเลือกให้หลากหลายรุ่นเช่นกัน ตั้งแต่รุ่นที่ใช้ระบบการชาร์จแบบง่าย ๆ ด้วยฟีเจอร์ Plug and Charge ไปจนถึงรุ่นที่สามารถคอนโทรลการใช้งานได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็น

  • Teison Smart Mini เป็นเครื่องชาร์จไซซ์มินิ ที่เน้นการใช้งานง่าย ราคาย่อมเยา ใช้งานแบบ Plug and Charge เสียบปุ๊บชาร์จได้เลย โดยมีราคาค่าเครื่องพร้อมบริการติดตั้ง Home Charger อยู่ที่ 34,900 บาท
  • EN+ Caro Series เครื่องชาร์จดีไซน์หรู ที่ใช้ระบบควบคุมพลังงานแบบ Dynamic Load Management ชาร์จได้อย่างปลอดภัย ใช้งาน Home Charger ผ่านแอปฯ ได้ ด้วยราคา Full – Package เพียง 43,900 บาท
  • EN+ Caro Pro เครื่องชาร์จที่ออกแบบมาเพื่อบ้านที่ใช้ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ให้กำลังไฟ 22 kWh ใช้งานได้ผ่านทางแอปฯ รวมถึงระบบ RFID และที่สำคัญ ใช้ร่วมกับการติดตั้ง Solar Cell ได้ด้วย ในราคารวมบริการติดตั้งและระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2 เพียง 60,800 บาท

นอกจากเครื่องชาร์จรถ EV ที่มีตัวเลือกให้หลากหลายรุ่นแล้ว เรายังมีตัวช่วยดีดีอย่าง แท่งดับเพลิงอัตโนมัติ MAUS Stixx Pro ที่สามารถติดตั้งไปพร้อม ๆ กันกับ EV Charger ได้เลย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยต่ออัคคีภัยได้มากขึ้นในครัวเรือน

บริการติดตั้งเครื่องชาร์จ EV Charger พร้อมไฟฟ้าวงจรที่ 2

บริการติดตั้งเครื่องชาร์จ พร้อมระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2

โดยบริการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของทาง Plughaus เรายังครอบคลุมทั้งการติดตั้งแบบทั่ว ๆ ไปตามที่พักอาศัยแต่ละรูปแบบ รวมถึงบ้านที่ต้องการแยกวงจรไฟฟ้า หรือติดตั้งระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2 ทางทีมงานของเราก็พร้อมให้บริการแบบครบวงจรเช่นกัน ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ การขออนุญาตเพื่อทำเรื่องของมิเตอร์ชาร์จรถไฟฟ้า รวมถึงการเดินระบบไฟที่เหมาะสมกับตัวบ้าน ซึ่งรวมไปถึงการใช้มิเตอร์ TOU หรือบ้านที่ติดตั้ง Solar Cell ด้วย

นอกจากนี้ บ้านที่ใช้ไฟฟ้าทั้ง 1 เฟส และ 3 เฟส ก็สามารถติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้เช่นกัน โดยทางทีมงานของทาง Plughaus จะมีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่ต้องการติดตั้ง EV Charger อย่างละเอียด พร้อมวางงานระบบไฟฟ้าสำหรับติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านตามระบบไฟฟ้าที่ใช้ ด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมาตรฐาน ผ่านการรับรองคุณภาพ อาทิ มอก. และ IEC

บริการติดตั้งเครื่องชาร์จ EV Charger แบบครบวงจร

รับประกันหลังงานติดตั้ง พร้อมดูแลตลอด 24 ชม.

สำหรับลูกค้าที่ติดตั้ง Home Charger หรือเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน จะได้รับบริการหลังงานติดตั้ง ทั้งการรับประกันตัวเครื่องชาร์จ EV และงานระบบ หากเกิดปัญหาใด ๆ ก็จะมีทางทีมงานเข้าไปตรวจสอบให้ทันที ด้วยบริการหลังงานติดตั้งตลอด 24 ชม. ทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจได้อย่างแน่นอน ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด จากทีมงานที่มากประสบการณ์ และการบริการที่มีคุณภาพ ตั้งแต่ก่อนติดตั้งไปจนถึงการดูแลหลังงานติดตั้งอย่างใกล้ชิด

รีวิวการติดตั้งเครื่องชาร์จ EV Home Charger

สนใจติดตั้ง EV Charger ลงทะเบียนเลยที่ Plughaus

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ EV หรือ Home Charger สามารถลงทะเบียนหรือสอบถามอัตราค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Plughaus Thailand หรือเบอร์โทรศัพท์ 091-015-2993, 065-507-7132 หรือ 02-114-7343 เพื่อรับสิทธิประโยชน์ และโปรโมชันราคาเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า พร้อมบริการติดตั้งด้วยแพ็กเกจที่ดีที่สุดได้ก่อนใคร

รู้จัก EV Fleet ในธุรกิจโลจิสติกส์ เมกะเทรนด์ในอนาคต

การใช้รถไฟฟ้าในปัจจุบัน นับว่าเป็นอีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่ง ที่ได้หันมาใช้ EV Fleet พร้อมสร้าง EV Ecosystem แบบครบวงจร ด้วยการวางโมเดลที่เรียกว่า EV Fleet Solutions ที่เหมาะสำหรับการดำเนินกิจการ ซึ่งการวางโมเดลดังกล่าวนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การลดต้นทุนด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าก็คือ Net Zero นั่นเอง

โมเดล EV Fleet คืออะไร?

EV Fleet คืออะไร?

EV Fleet มาจากคำว่า Fleet Business หรือ Fleet Management ที่หมายถึง ธุรกิจหรือองค์กรที่ใช้ยานพาหนะในหลาย ๆ รูปแบบประกอบกิจการ ซึ่งที่เห็นได้บ่อยก็คือ ธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่ง เพราะฉะนั้น คำว่า EV Fleet ก็คือโลจิสติกส์สีเขียว (Green Logistics) อย่างหนึ่ง ที่มีวิธีการดำเนินการด้านโลจิสติกส์ ที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการลดการปล่อย CO2 โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าจากต้นน้ำไปจนถึงผู้บริโภค เพื่อนำไปสู่เป้าหมายใหญ่อย่าง Net Zero หรือการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

EV Fleet และ Green Logistics

หลักการปฏิบัติของ Green Logistics  

สำหรับหลักการปฏิบัติของ Green Logistics จะมีแนวทางที่สำคัญคือ การใช้เชื้อเพลิงและพลังงานที่มีความสะอาดและยั่งยืน โดยเริ่มต้นอาจเป็นการใช้เชื้อเพลิงกลุ่มไบโอดีเซลก่อน แล้วขยายไปเป็นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือใช้โมเดล EV Fleet Solutions แทนในระยะยาว หลังจากนั้นจะเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่งที่มีการปล่อยคาร์บอนสูงไปเป็นรูปแบบที่ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่า

นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการขนส่งสินค้าร่วมกัน หรือก็คือการรวบรวมสินค้าจากหลาย ๆ ผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน เพื่อลดพื้นที่ว่างในการขนส่งแต่ละครั้งรวมถึงเที่ยวเปล่า ที่ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ และที่ขาดไม่ได้คือ การบริหารและการจัดการศูนย์หรือคลังกระจายสินค้า เพื่อลดระยะทางในการขนส่งรวมถึงระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าไปยังปลายทางด้วยเช่นกัน (ที่มา: ธนาคารออมสิน)

เช่นเดียวกับการพัฒนาเทคโนโลยี ที่ในแนวทางของ Green Logistics จะมีการนำเอาเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ มาใช้ร่วมด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน อาทิ การใช้ระบบบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าของรถบรรทุกไฟฟ้า ด้วยโซลูชั่น EV Fleet หรือแม้กระทั่งการใช้อุปกรณ์ดักจับมลพิษจากท่อไอเสีย สำหรับยานยนต์ที่ยังใช้เชื้อเพลิงอยู่ และที่ขาดไม่ได้คือ การพัฒนาโครงสร้างคมนาคมขนส่งให้พร้อม รวมถึงความร่วมมือกับภาครัฐ ที่จะต้องออกนโยบายต่าง ๆ เพื่อผลักดันไปสู่เป้าหมาย Net Zero ในอนาคต

การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ และการใช้โมเดล EV Fleet

การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ในไทย  

แน่นอนว่า การเปลี่ยนโมเดลการขนส่งจากยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม มาใช้พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% หรือการใช้โมเดล EV Fleet Solutions นั้น มีผลดีในระยะยาวต่อธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่งอย่างแน่นอน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะการขนส่งสินค้าของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ Online Marketing มาแรง และผู้บริโภคหันมาใช้บริการสั่งสินค้าออนไลน์มากกว่า

จากการวิจัยการฟื้นตัวของกิจกรรมภาคการผลิต การค้า และการลงทุน ของทางธนาคารกรุงศรี ก็สรุปได้ว่าธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทางถนนนับตั้งแต่ปี 2567 – 2569 มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 2.0 – 3.0% ต่อปี โดยมีสัดส่วนถึง 80% อาทิ บริการรถขนส่งสินค้าบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของภาคการค้าและภาคการผลิตการค้า รวมถึงการเติบโตของธุรกิจ e – Commerce ที่ก็ส่งผลต่อปริมาณการใช้รถบรรทุกที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปีเช่นกัน

เพราะนั้น จากการเติบโตของการขนส่งทางถนนในประเทศไทย จึงทำให้อนุมานได้ว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ควรมีการบริหารการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ และการลดต้นทุนการขนส่งให้ได้ในระยะยาว ซึ่งหนึ่งในแนวทางดังกล่าวก็คือ การหันมาใช้เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า หรือ รถ EV แทน ไม่ว่าจะเป็น รถบรรทุกไฟฟ้า รถกระบะไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ฯลฯ หรือในบางกรณีก็อาจเลือกใช้พลังงานผสมแทน เพื่อความยืดหยุ่นในการขนส่งในแต่ละพื้นที่

ข้อดีของการใช้โมเดล EV Fleet Solutions ของธุรกิจ

เปลี่ยนมาใช้ EV Fleet Solutions ดีกว่ายังไงต่อธุรกิจ?

สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ที่ใช้โมเดล EV Fleet Solutions จะเห็นได้ว่า นอกเหนือจากการใช้พลังงานสะอาดแทนพลังงานเชื้อเพลิง ที่ส่งผลต่อการลดต้นทุนของธุรกิจในระยะยาวแล้ว ยังมีข้อดีในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • การจัดการยานพาหนะหรือยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเป็นระบบ เช่น เส้นทางเดินรถ
  • วางแผนการใช้พลังงานได้อย่างครอบคลุม  เช่น การชาร์จไฟในเวลา Off – Peak ที่มีราคาถูกกว่า
  • การติดตั้ง EV Charging Station สำหรับชาร์จไฟยานพาหนะ เช่น มีการติดตั้งเครื่องชาร์จไว้ที่คลังสินค้าขององค์กร  
  • EV Fleet Solutions มีระบบการจัดการอย่างชัดเจน ทั้งในด้าน Software และ Hardware สำหรับการจัดการ EV Fleet Management
  • ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษายานพาหนะในระยะยาว มีเพียงแค่การตรวจสอบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่และการทำงานของระบบไฟฟ้าเท่านั้น
  • ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การหักค่าใช้จ่ายได้ 1.5 เท่า จากการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า  

นอกจากนี้ การใช้โมเดล EV Fleet ยังมีประเด็นของ Carbon Credit ด้วยเช่นกัน เพราะถึงแม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะเป็นตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ แต่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม เพราะคาร์บอนเครดิตก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Mega Trend สำหรับธุรกิจที่ดำเนินกิจการภายใต้หลักการของ ESG ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลาย ๆ ธุรกิจที่เริ่มหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น อาทิ รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า E – Bus ของทางไทยสมายล์ หรือแม้แต่การขนส่งผลิตภัณฑ์ร้าน Boots ที่ดำเนินการร่วมกับขนส่ง DHL เป็นต้น

สรุป

จะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนมาใช้โมเดลธุรกิจด้วยการ EV Fleet ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางปฏิบัติของ Green Logistics ในยุคใหม่ ที่นอกจากจะช่วยลดต้นทุนในด้านต่าง ๆ แล้ว ยังส่งผลดีต่อธุรกิจในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านความยั่งยืนในระยะยาว เช่นเดียวกันกับผู้บริโภคที่เลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของภาคประชาชนเช่นกัน