เจาะสเปก เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 2026 ที่คนใช้รถ EV แนะนำ!

ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เชื่อว่าหลายคนก็น่าจะกำลังมองหา EV Charger หรือ เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านมาไว้ใช้งานกันอยู่ไม่มากก็น้อย ซึ่งทาง PlugHaus Thailand ก็ไม่รอช้า ที่จะมาแนะนำ เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ปี 2026 ให้ดูกัน โดยรวมไว้ให้ครบทุกรุ่นที่มาแรง เจาะลึกทั้งสเปกและราคา EV Charger พร้อมบริการติดตั้งแบบครบวงจร มาดูกันว่าเครื่องชาร์จรถยนต์ EV ปีนี้ มีรุ่นไหนบ้างที่น่าสนใจ

รีวิวเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 2026 x Obsidian 7 kW By ABB

1. เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Obsidian รุ่น 7 kW By ABB

สำหรับเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Obsidian EV Charger รุ่น 7 kW (1P) By ABB เป็นเครื่องชาร์จประเภท Wallbox ที่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์กับบ้านที่ใช้ระบบไฟฟ้า 1 เฟส โดยที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน โดยเฉพาะการนำเอาเทคโนโลยีจากทาง ABB มาใช้ในการใช้งาน ทั้งการเชื่อมต่อและการใช้งานผ่านแอปฯ  

สเปกพื้นฐาน  

  • ความยาวสาย 5 เมตร
  • รองรับการเชื่อมต่อทั้งผ่าน Bluetooth และ Wi-Fi
  • สามารถใช้งานผ่านการ์ด RFID ได้ถึง 2 การ์ด
  • ควบคุมการใช้งานง่ายผ่านทาง ChargerSync Application
  • มาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น IP55
  • มาตรฐานการป้องกันการกระแทก IK10

ราคาจำหน่าย

  • ราคารวมค่าติดตั้ง 39,000 บาท
  • ราคารวมค่าติดตั้ง และระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2 (พื้นฐาน) 48,900 บาท
รีวิวเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 2026 x Delta รุ่น AC Max

2. เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Delta รุ่น AC Max  

ใครที่ต้องการเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้างบประหยัด แต่ใช้งานได้อย่างครบครันไม่แพ้กัน ก็ต้องเลือก Delta รุ่น AC Max ที่มีให้เลือกทั้งรุ่น 7.4 kW (1P) และ 22 kW (1P) โดยมาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียบแต่ทันสมัย เน้นการใช้งานง่าย รองรับหัวชาร์จประเภทต่าง ๆ ทั่วโลก

สเปกพื้นฐาน  

  • ความยาวสายไฟ 5 เมตร
  • มีให้เลือกทั้งรุ่น 7 kW และ 22 kW
  • ใช้ได้ทั้งระบบไฟฟ้า 1 เฟส และ 3 เฟส
  • มาพร้อมมาตรฐานหัวชาร์จ Type 2 ใช้กับรถ EV ได้เกือบทุกรุ่นในไทย
  • ใช้งานได้ทั้งบ้านและออฟฟิศ ที่ต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จรถ EV
  • มาตรฐานการกันน้ำระดับ IP55
  • มาตรฐานการป้องกันการกระแทก IK10
  • มีมาตรฐาน ISO15118
  • มีมาตรฐาน Open Charge Point Protocol (OCPP) รองรับ
  • รองรับการใช้งานด้วย RFID

ราคาจำหน่าย

  • ราคารวมค่าติดตั้งในรุ่น 7 kW 37,000 บาท และในรุ่น 22 kW ราคา 40,000 บาท
  • ราคารวมค่าติดตั้ง และระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2 (พื้นฐาน) รุ่น 7 kW ราคา 46,900 บาท และรุ่น 22 kW ราคา 53,900 บาท
รีวิวเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 2026 x Autel Maxi รุ่น AC Lite 7.4 kW

3. เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Autel Maxi รุ่น AC Lite 7.4 kW

อีกหนึ่งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าใช้ ที่มาพร้อมกำลังไฟฟ้า 7.4 kW ก็คือ Autel Maxi AC Lite ซึ่งเป็นเครื่องชาร์จประเภท Wallbox ที่รองรับการใช้งานผ่าน RFID โดยเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของ Autel ถือว่าเป็นหนึ่งใน EV Charger ที่มีวางจำหน่ายมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก มีมาตรฐาน CE รองรับ พร้อมกับการการันตีคุณภาพมากกว่า 100 รางวัล และยังมี AI อัจฉริยะ ที่ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่รถ EV ได้ด้วย

สเปกพื้นฐาน  

  • ความยาวสายไฟ 5 เมตร
  • รองรับการใช้งานกับรถที่ใช้หัวชาร์จประเภท Type 2 ได้ทุกรุ่น
  • มีระบบ AUTEL Charge Cloud ที่ช่วยตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการใช้งาน
  • รองรับการใช้งานผ่าน RFID Card และ QR Code
  • สามารถตั้งเวลาการชาร์จล่วงผ่านได้แบบ Real Time
  • เก็บสถิติการชาร์จและคำนวณค่าไฟได้
  • มาพร้อมกับการแจ้งเตือนเมื่อการชาร์จเสร็จสิ้น หรือแบตเตอรี่เต็มแล้ว
  • มีมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่น IP65
  • มีมาตรฐานการป้องกันการกระแทก IK10

ราคาจำหน่าย

  • ราคารวมค่าติดตั้ง 39,000 บาท
  • ราคารวมค่าติดตั้ง และระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2 (พื้นฐาน) 48,900 บาท
รีวิวเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 2026 x Tesla Home Charging

4. เครื่องชาร์จรถ Tesla Home Charging

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเทสล่าสามารถเลือกติดตั้งเครื่องชาร์จ Tesla Home Charging ของทางแบรนด์ได้โดยตรง โดยเครื่องชาร์จ Tesla ถูกออกแบบมาให้มีความหรูหรา พรีเมียม และทันสมัยตามสไตล์ของทางแบรนด์ ทั้งยังสามารถ Custom หน้ากากได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน ทำให้ได้ Wallbox ที่ไม่ซ้ำใคร ส่วนฟีเจอร์ในการใช้งานก็ถือว่าครบครันไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมต่อ Wi – Fi และการใช้งานผ่านทาง Application

สเปกพื้นฐาน  

  • ส่งออกกระแสไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 11 kW
  • สามารถชาร์จไฟที่ให้ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 65 กม. ต่อการชาร์จ 1 ชม.
  • ใช้งานร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ที่ใช้หัวชาร์จประเภทเดียวกันได้
  • รองรับการควบคุมการใช้งานผ่านทางแอปฯ Tesla One
  • ใช้ได้ทั้งระบบไฟฟ้า 1 เฟส และ 3 เฟส
  • สามารถใช้ร่วมกับการชาร์จรถ EV ด้วย Solar Cell ได้

ราคาจำหน่าย

  • ค่าบริการติดตั้งระบบไฟฟ้า 1 เฟส เริ่มต้นที่ 49,990 บาท
  • ค่าบริการติดตั้งพร้อมระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2 เริ่มต้นที่ 51,990 บาท

หมายเหตุ: เป็นราคาค่าบริการติดตั้ง Tesla Home Charging จากทาง PlugHaus Thailand โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามรูปแบบการติดตั้งและการวางระบบไฟฟ้า  

รีวิวเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 2026 x Teison รุ่น Smart Mini)

5. เครื่องชาร์จ Teison รุ่น Smart Mini

อีกหนึ่งเครื่องชาร์จประเภท EV Wall Charger ที่น่าใช้งานในงบสุดประหยัด ก็ต้องยกให้กับ Teison Smart Mini ที่ถูกออกแบบมาให้ชาร์จรถ EV ได้ง่าย ๆ ด้วยฟีเจอร์การใช้งานแบบ Plug and Charge ก็สามารถชาร์จไฟได้ทันที ทั้งยังมีดีไซน์ที่เรียบง่าย ทันสมัย มีความมินิมอลในตัว เป็นเครื่องชาร์จที่ติดตั้งง่าย เหมาะกับทุกพื้นที่ในการใช้งาน และยังมีมาตรฐานที่ครบครัน อาทิ การป้องกันน้ำและฝุ่น

สเปกพื้นฐาน  

  • ความยาวสายชาร์จสูงสุด 7 เมตร
  • ให้กำลังไฟสูงสุดอยู่ที่ 7.4 kW
  • แค่เสียบปลั๊กก็เริ่มชาร์จไฟรถ EV ได้ทันที
  • มีมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น IP65
  • มีไฟแสดงสถานะในการใช้งาน

ราคาจำหน่าย

  • ราคาเครื่องชาร์จ 17,900 บาท
  • ราคาเครื่องชาร์จพร้อมบริการติดตั้ง เริ่มต้นที่ 29,900 บาท

หมายเหตุ: อาจมีการเปลี่ยนแปลงราคาเครื่องชาร์จ พร้อมบริการติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ

ติดตั้งเครื่องชาร์จรถ EV ที่บ้านแบบครบวงจรกับ PlugHaus

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน หรือ Home Charger ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตาม สามารถเลือกใช้บริการติดตั้ง EV Charger แบบครบวงจรกับทาง PlugHaus Thailand ได้แล้ววันนื้ ด้วยอัตราค่าบริการติดตั้งที่ครบ จบ ในที่เดียว จะเป็นบ้านที่ใช้ระบบไฟฟ้า 1 เฟส หรือต้องการติดตั้งพร้อมวงจรที่ 2 ก็สามารถติดตั้งได้ ด้วยการให้บริการจากทีมงานที่มากประสบการณ์ และมีใบรับรองโดยเฉพาะ พร้อมการันตีความปลอดภัย ด้วยมาตรฐานการติดตั้งจาก กฟน. และ กฟผ.

ติดตั้ง “โซล่าเซลล์” สำหรับ Home Charger ชาร์จรถ EV คุ้มค่าหรือไม่?

ก่อนติดตั้งเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน หลายครัวเรือนก็คงมองหาช่องทางการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าด้วยเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลายแนวทาง หนึ่งในนั้นคือ การติดตั้งโซล่าเซลล์ (Solar Cell) เพื่อชาร์จรถ EV แต่ก็ยังมีความลังเลว่า การติดตั้งโซล่าเซลล์สำหรับ Home Charger จะทำให้ประหยัดได้จริงไหม ลดค่าใช้จ่ายได้มากน้อยเพียงใด แล้วจะคุ้มค่าแค่ไหนในระยะยาว?

การติดโซล่าเซลล์ชาร์จรถไฟฟ้า EV คืออะไร?

การติดโซล่าเซลล์ชาร์จรถไฟฟ้า คืออะไร?

การติดตั้งโซล่าเซลล์ (Solar Cell) เพื่อรองรับ Home Charger สำหรับการชาร์จรถ EV คือการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ที่บ้านและติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไว้ใช้งาน โดยมีความคล้ายคลึงกันกับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ ภายในบ้าน แต่ด้วยข้อจำกัดของเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Charger จึงต้องมีการวางระบบไฟฟ้าให้พร้อมต่อการใช้งาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้า Overload และเสี่ยงต่อการชำรุดเสียหาย

ข้อดี - ข้อจำกัด ของการติดโซล่าเซลล์ชาร์จรถ EV

ข้อดี – ข้อจำกัด ของการติดตั้งโซล่าเซลล์ สำหรับ Home Charger

ข้อดีของการติดตั้ง Solar Cell

  • ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพราะมีพลังงานจากแสงอาทิตย์   
  • ชาร์จไฟรถ EV ได้อย่างไร้กังวล เพราะไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
  • สะดวกสบายในการใช้งาน สามารถเลือกติดตั้งได้ตามความเหมาะสมกับตัวบ้าน
  • เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้พลังงานสะอาดและรักษ์โลก
  • เป็นแหล่งพลังงานที่ไม่มีวันหมด มีความยั่งยืนมากกว่า
  • หากติดตั้งบนหลังคาบ้านจะทำให้บ้านเย็นลง เพราะเหมือนมีการติดตั้งหลังคาอีกชั้น
  • การบำรุงรักษาง่าย ไม่ยุ่งยาก และมีอายุการใช้งานที่ยืนยาว
  • ระบบไฟฟ้าที่ติด Solar Cell ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเดินสายไฟใหม่
  • สามารถติดตั้ง Solar Cell ร่วมกับการใช้มิเตอร์ TOU ได้ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

ข้อจำกัดของการติดตั้ง Solar Cell  

  • ราคาของระบบโซล่าเซลล์ค่อนข้างสูง ต้องเลือกให้เหมาะกับตัวบ้านและการใช้งาน
  • ต้องมีพื้นที่สำหรับติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ เช่น หากติดบนหลังคาก็ต้องรองรับน้ำหนักได้
  • ช่วงเวลาฝนตก ฟ้าครึ้ม ที่ทำให้ไม่มีแสงอาทิตย์ อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงได้
  • ไม่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา เพราะต้องใช้แสงแดดจากดวงอาทิตย์ชาร์จพลังงานไฟฟ้า  
  • บางพื้นที่อาจได้รับแสงแดดน้อยกว่าพื้นที่อื่น ๆ อาจทำให้ไม่สามารถใช้พลังงานจาก Solar Cell ได้ตลอด 24 ชม.
  • ต้องมีการบำรุงรักษาโซล่าเซลล์อยู่เสมอ อย่างน้อยต้องเช็ดทำความสะอาดทุก 6 เดือน
  • ต้องระมัดระวังการทำความสะอาด ห้ามใช้ของมีคมหรือน้ำยาที่มีฤทธิ์รุนแรอย่างเด็ดขาด
การเตรียมตัวก่อนติดตั้งโซล่าเซลล์ชาร์จรถ EV ที่บ้าน

การเตรียมตัวก่อนติดตั้งโซล่าเซลล์ชาร์จรถ EV ที่บ้าน

ก่อนการติดตั้งโซล่าเซลล์เพื่อรองรับการติดตั้ง Home Charger หรือเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน ต้องสำรวจความพร้อมของระบบไฟฟ้าที่บ้านอย่างละเอียด ดังนี้

1. ขนาดมิเตอร์ที่บ้าน

การเลือกใช้มิเตอร์ไฟฟ้าที่บ้าน โดยปกติแล้วหากเป็นบ้านที่สร้างมานาน มักใช้แบบ Single – Phase 5(15)A หรือ Single – Phase 15(45)A แต่ตามมาตรฐานการติดตั้ง Home Charger ทางการไฟฟ้าจะนิยมให้ใช้มิเตอร์ Single – Phase 30(100)A หรือ 3 – Phase 15(45)A มากกว่า และการติดตั้งโซล่าเซลล์ควรใช้มิเตอร์ที่มีขนาด 30 แอมป์ขึ้นไป เพื่อป้องกันการใช้ไฟฟ้าเกินหรือการ Overload

2. การใช้สายเมนและ Circuit Breaker

การติดตั้ง Solar Cell ควรเลือกใช้สายเมนที่มีขนาด 25 ตารางเมตร ส่วนตัว Circuit Breaker ต้องมีขนาด 100 แอมป์ และทั้ง 2 อุปกรณ์นี้ ต้องทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามมาตรฐานเท่านั้น

3. ตู้ไฟฟ้าภายในบ้าน

อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่สำคัญมาก ๆ ของการติดตั้งโซล่าเซลล์ก็คือ ตู้ไฟฟ้าในบ้าน หรือ ตู้ MDB ที่ใช้ในตอนนี้ ว่าสามารถเพิ่ม Circuit ได้อีกสักช่องหรือไม่ เพราะการชาร์จไฟฟ้ารถยนต์ EV จะต้องแยกออกมาต่างหาก เพราะฉะนั้น หากตู้ไฟฟ้าไม่เพียงพอก็ต้องเพิ่มตู้เพื่อรองรับการใช้เครื่องชาร์จรถไฟฟ้า

4. เครื่องตัดไฟรั่ว RCD

สำหรับอุปกรณ์ตัดไฟรั่วถือว่าสำคัญไม่แพ้กันในการวางระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เพราะจะทำหน้าที่ตัดไฟหากพบว่าไฟฟ้ารั่ว และการติดตั้ง RCD ก็ต้องมีการติดตั้งสายดินร่วมด้วยเช่นกัน

5. แท่งดับเพลิงในตู้เมนเบรกเกอร์

หากมีการติดตั้งโซล่าเซลล์หรือการติดตั้ง EV Charger สิ่งที่จะช่วยให้การใช้งานไฟฟ้าภายในบ้านปลอดภัยมากขึ้น ก็คือการมีอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอย่างแท่งดับเพลิงอัตโนมัติ ซึ่งในปัจจุบันแบรนด์ที่ได้รับความนิยมก็คือ MAUS Stixx Pro เพราะสามารถติดตั้งได้ทั้งกับตู้เมนเบรกเกอร์ ตู้ไฟ และตู้ชาร์จรถ EV โดยแท่งดับไฟจะทำปล่อยสาร Potassium Mix เมื่อตรวจจับได้ว่าอุณหภูมิในขณะนั้นสูงมากกว่า 180 องศาเซลเซียส ลดความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยได้

การติดตั้งโซล่าเซลล์ ชาร์จรถ EV ที่บ้าน

ระหว่างติดตั้ง Solar Cell กับ EV Charger ควรเริ่มอะไรก่อน?

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้ง Solar Cell และ EV Charger และยังลังเลว่าควรเลือกติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ก่อน หรือว่าควรติดตั้ง EV Charger ก่อน จริง ๆ แล้วไม่ได้มีข้อกำหนดตายตัว ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง เพราะส่วนสำคัญคือการวางระบบไฟฟ้า และการเลือกใช้มิเตอร์ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้ไฟภายในบ้าน และควรติดตั้งโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานในระยะยาว

ติดตั้งโซล่าเซลล์พร้อม Home Charger เลือก PlugHaus

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้ง Home Charger ร่วมกับการใช้งานโซล่าเซลล์ หรือวางระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2 สามารถติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ากับทาง PlugHaus Thailand ได้แล้ววันนี้ โดยในปัจจุบันเรามีเครื่องชาร์จให้เลือกหลากหลายรุ่น อาทิ Obsidian EV Charger 7 kW By ABB, Autel Maxi AC Lite 7.4 kW และ Delta AC Max ที่มีให้เลือกทั้งขนาด 7.4 kW และ 22 kW  

Full – Package บริการติดตั้ง EV Charger ที่บ้านแบบครบวงจร

สำหรับคนใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Car ในทุก ๆ ชนิด ที่กำลังมองหาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าราคาย่อมเยา ใช้งานง่าย ที่มาพร้อมบริการติดตั้งเครื่องชาร์จแบบครบ จบ ในที่เดียว ไม่ต้องหาทีมงานด้วยตัวเอง เพียงเลือกบริการติดตั้ง EV Charger ที่บ้านแบบ Full – Package กับทาง Plughaus Thailand รับสิทธิประโยชน์มากมายในราคาที่ดีที่สุด พร้อมมาตรฐานงานติดตั้ง ที่จะทำให้การชาร์จไฟปลอดภัย แถมใช้งานได้ยาวนานยิ่งกว่า 

แพ็กเกจติดตั้ง EV Charger ที่ Plughaus ครบ จบ ในที่เดียว

แพ็กเกจติดตั้ง EV Charger ครบ จบ ในที่เดียว

สำหรับแพ็กเกจติดตั้ง EV Charger ของทาง Plughaus เราออกแบบมาให้บริการแบบ One Stop Service คือให้บริการทั้งจำหน่ายเครื่องชาร์จ พร้อมทั้งการบริการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน ด้วยทีมงานที่มากประสบการณ์ โดยเฉพาะช่างไฟฟ้าที่มีใบอนุญาต ทำให้การติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานของ กฟผ. และ กฟน. เรียกง่าย ๆ ว่า เราให้บริการแบบครบ จบ ในที่เดียว ไม่ต้องยุ่งยากหาช่างให้วุ่นวาย หรือต้องไปหาซื้อเครื่องชาร์จเอง

มีเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV หลายรุ่นให้เลือก

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายในบ้าน ที่ใช้งานได้ง่าย ใช้กับรถยนต์ BEV ได้ทุกรุ่น ทางเราก็มีตัวเลือกให้หลากหลายรุ่นเช่นกัน ตั้งแต่รุ่นที่ใช้ระบบการชาร์จแบบง่าย ๆ ด้วยฟีเจอร์ Plug and Charge ไปจนถึงรุ่นที่สามารถคอนโทรลการใช้งานได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็น

  • Teison Smart Mini เป็นเครื่องชาร์จไซซ์มินิ ที่เน้นการใช้งานง่าย ราคาย่อมเยา ใช้งานแบบ Plug and Charge เสียบปุ๊บชาร์จได้เลย โดยมีราคาค่าเครื่องพร้อมบริการติดตั้ง Home Charger อยู่ที่ 34,900 บาท
  • EN+ Caro Series เครื่องชาร์จดีไซน์หรู ที่ใช้ระบบควบคุมพลังงานแบบ Dynamic Load Management ชาร์จได้อย่างปลอดภัย ใช้งาน Home Charger ผ่านแอปฯ ได้ ด้วยราคา Full – Package เพียง 43,900 บาท
  • EN+ Caro Pro เครื่องชาร์จที่ออกแบบมาเพื่อบ้านที่ใช้ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ให้กำลังไฟ 22 kWh ใช้งานได้ผ่านทางแอปฯ รวมถึงระบบ RFID และที่สำคัญ ใช้ร่วมกับการติดตั้ง Solar Cell ได้ด้วย ในราคารวมบริการติดตั้งและระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2 เพียง 60,800 บาท

นอกจากเครื่องชาร์จรถ EV ที่มีตัวเลือกให้หลากหลายรุ่นแล้ว เรายังมีตัวช่วยดีดีอย่าง แท่งดับเพลิงอัตโนมัติ MAUS Stixx Pro ที่สามารถติดตั้งไปพร้อม ๆ กันกับ EV Charger ได้เลย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยต่ออัคคีภัยได้มากขึ้นในครัวเรือน

บริการติดตั้งเครื่องชาร์จ EV Charger พร้อมไฟฟ้าวงจรที่ 2

บริการติดตั้งเครื่องชาร์จ พร้อมระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2

โดยบริการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของทาง Plughaus เรายังครอบคลุมทั้งการติดตั้งแบบทั่ว ๆ ไปตามที่พักอาศัยแต่ละรูปแบบ รวมถึงบ้านที่ต้องการแยกวงจรไฟฟ้า หรือติดตั้งระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2 ทางทีมงานของเราก็พร้อมให้บริการแบบครบวงจรเช่นกัน ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ การขออนุญาตเพื่อทำเรื่องของมิเตอร์ชาร์จรถไฟฟ้า รวมถึงการเดินระบบไฟที่เหมาะสมกับตัวบ้าน ซึ่งรวมไปถึงการใช้มิเตอร์ TOU หรือบ้านที่ติดตั้ง Solar Cell ด้วย

นอกจากนี้ บ้านที่ใช้ไฟฟ้าทั้ง 1 เฟส และ 3 เฟส ก็สามารถติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้เช่นกัน โดยทางทีมงานของทาง Plughaus จะมีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่ต้องการติดตั้ง EV Charger อย่างละเอียด พร้อมวางงานระบบไฟฟ้าสำหรับติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านตามระบบไฟฟ้าที่ใช้ ด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมาตรฐาน ผ่านการรับรองคุณภาพ อาทิ มอก. และ IEC

บริการติดตั้งเครื่องชาร์จ EV Charger แบบครบวงจร

รับประกันหลังงานติดตั้ง พร้อมดูแลตลอด 24 ชม.

สำหรับลูกค้าที่ติดตั้ง Home Charger หรือเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน จะได้รับบริการหลังงานติดตั้ง ทั้งการรับประกันตัวเครื่องชาร์จ EV และงานระบบ หากเกิดปัญหาใด ๆ ก็จะมีทางทีมงานเข้าไปตรวจสอบให้ทันที ด้วยบริการหลังงานติดตั้งตลอด 24 ชม. ทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจได้อย่างแน่นอน ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด จากทีมงานที่มากประสบการณ์ และการบริการที่มีคุณภาพ ตั้งแต่ก่อนติดตั้งไปจนถึงการดูแลหลังงานติดตั้งอย่างใกล้ชิด

รีวิวการติดตั้งเครื่องชาร์จ EV Home Charger

สนใจติดตั้ง EV Charger ลงทะเบียนเลยที่ Plughaus

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ EV หรือ Home Charger สามารถลงทะเบียนหรือสอบถามอัตราค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Plughaus Thailand หรือเบอร์โทรศัพท์ 091-015-2993, 065-507-7132 หรือ 02-114-7343 เพื่อรับสิทธิประโยชน์ และโปรโมชันราคาเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า พร้อมบริการติดตั้งด้วยแพ็กเกจที่ดีที่สุดได้ก่อนใคร

รู้จัก EV Fleet ในธุรกิจโลจิสติกส์ เมกะเทรนด์ในอนาคต

การใช้รถไฟฟ้าในปัจจุบัน นับว่าเป็นอีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่ง ที่ได้หันมาใช้ EV Fleet พร้อมสร้าง EV Ecosystem แบบครบวงจร ด้วยการวางโมเดลที่เรียกว่า EV Fleet Solutions ที่เหมาะสำหรับการดำเนินกิจการ ซึ่งการวางโมเดลดังกล่าวนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การลดต้นทุนด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าก็คือ Net Zero นั่นเอง

โมเดล EV Fleet คืออะไร?

EV Fleet คืออะไร?

EV Fleet มาจากคำว่า Fleet Business หรือ Fleet Management ที่หมายถึง ธุรกิจหรือองค์กรที่ใช้ยานพาหนะในหลาย ๆ รูปแบบประกอบกิจการ ซึ่งที่เห็นได้บ่อยก็คือ ธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่ง เพราะฉะนั้น คำว่า EV Fleet ก็คือโลจิสติกส์สีเขียว (Green Logistics) อย่างหนึ่ง ที่มีวิธีการดำเนินการด้านโลจิสติกส์ ที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการลดการปล่อย CO2 โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าจากต้นน้ำไปจนถึงผู้บริโภค เพื่อนำไปสู่เป้าหมายใหญ่อย่าง Net Zero หรือการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

EV Fleet และ Green Logistics

หลักการปฏิบัติของ Green Logistics  

สำหรับหลักการปฏิบัติของ Green Logistics จะมีแนวทางที่สำคัญคือ การใช้เชื้อเพลิงและพลังงานที่มีความสะอาดและยั่งยืน โดยเริ่มต้นอาจเป็นการใช้เชื้อเพลิงกลุ่มไบโอดีเซลก่อน แล้วขยายไปเป็นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือใช้โมเดล EV Fleet Solutions แทนในระยะยาว หลังจากนั้นจะเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่งที่มีการปล่อยคาร์บอนสูงไปเป็นรูปแบบที่ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่า

นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการขนส่งสินค้าร่วมกัน หรือก็คือการรวบรวมสินค้าจากหลาย ๆ ผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน เพื่อลดพื้นที่ว่างในการขนส่งแต่ละครั้งรวมถึงเที่ยวเปล่า ที่ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ และที่ขาดไม่ได้คือ การบริหารและการจัดการศูนย์หรือคลังกระจายสินค้า เพื่อลดระยะทางในการขนส่งรวมถึงระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าไปยังปลายทางด้วยเช่นกัน (ที่มา: ธนาคารออมสิน)

เช่นเดียวกับการพัฒนาเทคโนโลยี ที่ในแนวทางของ Green Logistics จะมีการนำเอาเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ มาใช้ร่วมด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน อาทิ การใช้ระบบบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าของรถบรรทุกไฟฟ้า ด้วยโซลูชั่น EV Fleet หรือแม้กระทั่งการใช้อุปกรณ์ดักจับมลพิษจากท่อไอเสีย สำหรับยานยนต์ที่ยังใช้เชื้อเพลิงอยู่ และที่ขาดไม่ได้คือ การพัฒนาโครงสร้างคมนาคมขนส่งให้พร้อม รวมถึงความร่วมมือกับภาครัฐ ที่จะต้องออกนโยบายต่าง ๆ เพื่อผลักดันไปสู่เป้าหมาย Net Zero ในอนาคต

การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ และการใช้โมเดล EV Fleet

การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ในไทย  

แน่นอนว่า การเปลี่ยนโมเดลการขนส่งจากยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม มาใช้พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% หรือการใช้โมเดล EV Fleet Solutions นั้น มีผลดีในระยะยาวต่อธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่งอย่างแน่นอน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะการขนส่งสินค้าของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ Online Marketing มาแรง และผู้บริโภคหันมาใช้บริการสั่งสินค้าออนไลน์มากกว่า

จากการวิจัยการฟื้นตัวของกิจกรรมภาคการผลิต การค้า และการลงทุน ของทางธนาคารกรุงศรี ก็สรุปได้ว่าธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทางถนนนับตั้งแต่ปี 2567 – 2569 มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 2.0 – 3.0% ต่อปี โดยมีสัดส่วนถึง 80% อาทิ บริการรถขนส่งสินค้าบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของภาคการค้าและภาคการผลิตการค้า รวมถึงการเติบโตของธุรกิจ e – Commerce ที่ก็ส่งผลต่อปริมาณการใช้รถบรรทุกที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปีเช่นกัน

เพราะนั้น จากการเติบโตของการขนส่งทางถนนในประเทศไทย จึงทำให้อนุมานได้ว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ควรมีการบริหารการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ และการลดต้นทุนการขนส่งให้ได้ในระยะยาว ซึ่งหนึ่งในแนวทางดังกล่าวก็คือ การหันมาใช้เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า หรือ รถ EV แทน ไม่ว่าจะเป็น รถบรรทุกไฟฟ้า รถกระบะไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ฯลฯ หรือในบางกรณีก็อาจเลือกใช้พลังงานผสมแทน เพื่อความยืดหยุ่นในการขนส่งในแต่ละพื้นที่

ข้อดีของการใช้โมเดล EV Fleet Solutions ของธุรกิจ

เปลี่ยนมาใช้ EV Fleet Solutions ดีกว่ายังไงต่อธุรกิจ?

สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ที่ใช้โมเดล EV Fleet Solutions จะเห็นได้ว่า นอกเหนือจากการใช้พลังงานสะอาดแทนพลังงานเชื้อเพลิง ที่ส่งผลต่อการลดต้นทุนของธุรกิจในระยะยาวแล้ว ยังมีข้อดีในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • การจัดการยานพาหนะหรือยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเป็นระบบ เช่น เส้นทางเดินรถ
  • วางแผนการใช้พลังงานได้อย่างครอบคลุม  เช่น การชาร์จไฟในเวลา Off – Peak ที่มีราคาถูกกว่า
  • การติดตั้ง EV Charging Station สำหรับชาร์จไฟยานพาหนะ เช่น มีการติดตั้งเครื่องชาร์จไว้ที่คลังสินค้าขององค์กร  
  • EV Fleet Solutions มีระบบการจัดการอย่างชัดเจน ทั้งในด้าน Software และ Hardware สำหรับการจัดการ EV Fleet Management
  • ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษายานพาหนะในระยะยาว มีเพียงแค่การตรวจสอบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่และการทำงานของระบบไฟฟ้าเท่านั้น
  • ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การหักค่าใช้จ่ายได้ 1.5 เท่า จากการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า  

นอกจากนี้ การใช้โมเดล EV Fleet ยังมีประเด็นของ Carbon Credit ด้วยเช่นกัน เพราะถึงแม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะเป็นตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ แต่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม เพราะคาร์บอนเครดิตก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Mega Trend สำหรับธุรกิจที่ดำเนินกิจการภายใต้หลักการของ ESG ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลาย ๆ ธุรกิจที่เริ่มหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น อาทิ รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า E – Bus ของทางไทยสมายล์ หรือแม้แต่การขนส่งผลิตภัณฑ์ร้าน Boots ที่ดำเนินการร่วมกับขนส่ง DHL เป็นต้น

สรุป

จะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนมาใช้โมเดลธุรกิจด้วยการ EV Fleet ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางปฏิบัติของ Green Logistics ในยุคใหม่ ที่นอกจากจะช่วยลดต้นทุนในด้านต่าง ๆ แล้ว ยังส่งผลดีต่อธุรกิจในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านความยั่งยืนในระยะยาว เช่นเดียวกันกับผู้บริโภคที่เลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของภาคประชาชนเช่นกัน

แท่งดับเพลิง MAUS Stixx Pro ตัวช่วยเซฟตี้สำหรับ EV Charger

ปัญหาและความกังวลจากการติดตั้ง EV Charger หรือเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ที่ผู้ใช้รถกังวลมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นอัคคีภัย เพราะถึงแม้ว่าจะติดตั้งตามมาตรฐานแล้ว แต่ก็ยังต้องระวังการใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือนเช่นเดิม โดยในปัจจุบันนี้ก็มีอุปกรณ์ที่ช่วยลดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรได้เช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ MAUS Stixx Pro หรือแท่งดับเพลิงอัตโนมัติ ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าได้แล้ว ยังเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งง่าย ทำงานได้ไว และได้รับความนิยมในตอนนี้

แท่งดับเพลิงอัตโนมัติ MAUS Stixx Pro

รู้จักแท่งดับเพลิงอัตโนมัติ MAUS Stixx Pro จากสวีเดน

MAUS Stixx Pro หรือแท่งดับเพลิงอัตโนมัติจากสวีเดน ถูกออกแบบมาให้ช่วยลดปัญหาอัคคีภัยจากต้นตอโดยตรง เพื่อลดโอกาสการลุกลามของไฟเมื่อเกิดเพลิงไหม้ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งหลักการในการทำงาน ตัวแท่งดับเพลิงจะทำการปล่อยสาร Potassium Mix หรือสารโพแทสเซียมผสมออกมา หลังจากที่ตรวจจับได้ว่าอุณหภูมิในขณะนั้นสูงกว่า 180 องศาเซลเซียส ใช้งานได้ในพื้นที่ 0.1 ลูกบาศก์เมตร (m³) โดยสารที่ใช้ดับเพลิงนอกจากจะปล่อยออกมาได้แบบอัตโนมัติแล้ว ยังเป็นสารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ

นอกจากนี้ แท่งดับเพลิงอัตโนมัติของ MAUS Stixx Pro ยังสามารถทำงานได้ในทุกสภาพอากาศ ป้องกันน้ำได้ 100% หมดกังวลว่าหากติดตั้งไว้แล้วเจออุทกภัยหรือน้ำท่วม แท่งดับเพลิงจะไม่ทำงาน เพราะการทำงานของแท่งดับเพลิงอัตโนมัติ ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเกิดเพลิงไหม้เท่านั้น เพราะจะยึดตามอุณหภูมิที่สูงถึง 180 องศาเซลเซียส นั่นหมายความว่า หากพื้นที่ที่ติดตั้งมีอุณหภูมิสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวแท่งดับเพลิงก็จะทำการปล่อยสาร Potassium Mix ออกมาทันที ถึงแม้ว่าจะยังไม่เกิดประกายไฟ

แท่งดับเพลิง MAUS Stixx Pro มาตรฐาน NFPA

และที่สำคัญคือ แท่งดับเพลิงอัจฉริยะ MAUS Stixx Pro ยังได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยหลายรางวัล หนึ่งในนั้นคือ NFPA (National Fire Protection Association) ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำของโลก ที่สนับสนุนกิจกรรมด้านการป้องกันอัคคีภัย โดยในปัจจุบันมี NFPA Member กว่า 75,000 ราย และมีองค์กรการค้าระดับนานาชาติเป็นสมาชิกกว่า 80 องค์กร จึงสามารถมั่นใจได้อย่างแน่นอนว่า แท่งดับเพลิงอัตโนมัติจะช่วยลดความเสียหายจากอัคคีภัยได้จริง และเป็นการป้องกันเหตุไฟไหม้จากต้นตอ

สำหรับอายุการใช้งานของแท่งดับเพลิงหลังการติดตั้ง MAUS Stixx Pro สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 5 ปี และตัวอุปกรณ์สามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องใช้ช่างไฟฟ้าหรือช่างผู้เชี่ยวชาญดำเนินการติดตั้งให้ ก็สามารถใช้งานแท่งดับเพลิงได้ เพียงแค่ลอกสติกเกอร์ออกแล้วติดไว้ที่ตู้เมนเบรกเกอร์ หรือตู้ไฟภายในบ้าน เพียงเท่านี้ก็สามารถติดตั้ง MAUS Stixx Pro ได้แล้ว

แน่นอนว่า ตัวแท่งดับเพลิง MAUS Stixx Pro นี้ มีขนาดที่เล็กมาก ๆ ด้วยความยาวเพียงแค่ 9.8 ซม. และความกว้างอยู่ที่ 1.8 ซม. สูง 1 ซม. ส่วนน้ำหนักก็ถือว่าเบามาก ๆ เพราะมีน้ำหนักเพียงแค่ 26 กรัม เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักของตู้เมนเบรกเกอร์ หรือพื้นที่ที่ใช้สำหรับติดตั้งแท่งดับเพลิงอัตโนมัติ

การติดตั้งแท่งดับเพลิง MAUS Stixx Pro

พื้นที่สำหรับติดตั้งแท่งดับเพลิง MAUS Stixx Pro

สำหรับการติดตั้งแท่งดับเพลิง MAUS Stixx Pro นั้น เหมาะสำหรับการติดตั้งในพื้นที่ปิด หรืออุปกรณ์ที่มีฝาปิด ซึ่งการติดตั้งแท่งดับเพลิงอัตโนมัติ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือวงจรไฟฟ้าแม้แต่น้อย โดยการติดตั้งสามารถเลือกติดตั้งได้ทั้งตู้เมนเบรกเกอร์ ตู้ไฟ ห้องเครื่องรถยนต์ รวมถึงตู้ชาร์จของ Home Charger ฯลฯ

ราคาแท่งดับเพลิง MAUS Stixx Pro

สำหรับราคาจำหน่ายของแท่งดับเพลิงอัตโนมัติ MAUS Stixx Pro จำหน่ายเพียงแค่ 2,900 บาท จากปกติ 3,900 บาท (เฉพาะที่ Plughaus Thailand) โดยอายุการใช้งานหลังการติดตั้งคือ 5 ปี โดยลูกค้าที่ติดตั้ง Home Charger ที่ต้องการติดตั้ง MAUS Stixx Pro ไปพร้อม ๆ กัน สามารถแจ้งความต้องการกับทาง Plughaus ได้เลย

ข้อดีของการติดตั้งแท่งดับเพลิง MAUS Stixx Pr

ข้อดีของการติดตั้ง MAUS Stixx Pro

  • หมดกังวลเรื่องอัคคีภัยหรือปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรในบ้าน ที่นำไปสู่การความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
  • เป็นแท่งดับเพลิงที่ปลอดภัย ปลอดสารพิษ เป็นมิตรต่อบ้านและสิ่งแวดล้อม
  • เหมาะสำหรับการติดตั้งในพื้นที่ปิดหลายแบบ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านและที่อยู่อาศัยได้
  • อายุการใช้งานยาวนานถึง 5 ปี ราคาเพียง 2,900 บาท เฉลี่ยตกเพียงวันละ 1.5 บาทเท่านั้น
  • ติดตั้งเองได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก เพียงลอกแผ่นสติกเกอร์ออก แล้วติดตั้งในพื้นที่ที่ต้องการเท่านั้น

ติดตั้ง EV Charger พร้อม MAUS Stixx Pro ครบ จบ ที่ Plughaus

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Charger ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตาม สามารถเลือกบริการติดตั้งเครื่องชาร์จแบบครบวงจร พร้อมกับแท่งดับเพลิง MAUS Stixx Pro ได้ที่ Plughaus Thailand ในราคาแพ็กเกจสุดคุ้ม หรือหากใครที่ติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านไปแล้ว และต้องการเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านของคุณ ก็สามารถสั่งซื้อ MAUS Stixx Pro ในราคาเพียง 2,900 บาท ได้เช่นกัน พร้อมคำแนะนำการติดตั้งแบบครบ จบ ในที่เดียว

เปรียบเทียบเครื่องชาร์จ Portable กับ AC Charging แบบไหนดีกว่ากัน?

การชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเครื่องชาร์จ EV Charger นั้น ในปัจจุบันก็มีการแยกประเภทของเครื่องชาร์จออกเป็นหลายแบบ ทั้งการแยกตามการติดตั้ง และการแยกตามประเภทของหัวชาร์จ แต่สิ่งที่ต้องเคยได้ยินกันบ่อย ๆ คือ Portable Charger หรือเครื่องชาร์จไฟรถ EV แบบพกพา และเครื่องชาร์จแบบ AC Charging เพราะฉะนั้น เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับเครื่องชาร์จไฟแบบพกพากันให้มากขึ้น ว่าสายชาร์จชนิดนี้ทำงานยังไง มีกี่ขนาด แล้วเมื่อเปรียบเทียบกับการชาร์จแบบ AC จะแตกต่างกันมากแค่ไหน เลือกใช้แบบไหนดีกว่ากัน?​

เปรียบเทียบเครื่องชาร์จ EV Charger แบบ Portable กับ AC

เครื่องชาร์จ Portable Charger คืออะไร?

Portable Charger คือ เครื่องชาร์จไฟแบบพกพา หรือจะเรียกสายชาร์จเคลื่อนที่ก็ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นเครื่องชาร์จที่สามารถพกพาเอาไว้ในรถยนต์ EV ได้ เพื่อใช้นอกสถานที่หรือการเดินทาง ไม่ได้ติดตั้งกับผนังบ้านหรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นกิจจะลักษณะ โดยรูปแบบการชาร์จจะเป็นแบบ Plug and Play สามารถเสียบชาร์จได้ง่าย ๆ ไม่ต้องมีการติดตั้งที่ซับซ้อน ก็สามารถชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าได้ทุกที่ที่ต้องการ จึงทำให้เป็นเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่หลาย ๆ คนนิยมซื้อติดรถเอาไว้

ข้อดี – ข้อจำกัด ของเครื่องชาร์จประเภท Portable Charger

ข้อดีของเครื่องชาร์จแบบ Portable Charger

  • มีราคาที่ถูกกว่าเครื่องชาร์จแบบติดผนัง อาทิ Portable Charger 7kW 32A มีราคาเฉลี่ยเพียงแค่ 3,000 – 10,000 บาท
  • มีความยืดหยุ่นในการใช้งานและมีความคล่องตัวสูง อยู่ที่ไหนก็ชาร์จไฟได้ เพียงแค่มีเต้ารับไฟเท่านั้น
  • ไม่ต้องติดตั้งเครื่องชาร์จติดผนังเหมือน Wallbox หรือ Home Charger แบบทั่วไป
  • ใช้งานได้ง่ายเพราะเป็นระบบการชาร์จแบบ Plug and Play
  • สามารถชาร์จไฟในระหว่างเดินทางได้ ลดความกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดเวลาเดินทางไกล  

ข้อจำกัดของเครื่องชาร์จ Portable Charger

  • การชาร์จไฟจะใช้เวลานานมากกว่า Home Charger ประเภท AC ที่นิยมติดตั้งไว้ที่บ้าน
  • หากความจุแบตสูงก็จะใช้เวลานานมากขึ้นในการชาร์จแต่ละครั้ง ส่งผลต่อกำลังไฟที่ใช้ภายในครัวเรือนด้วย
  • โดยปกติแล้วเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา Portable Charger ถูกออกแบบมาให้ใช้งานเป็นครั้งคราว ไม่เหมาะในการใช้งานเป็นประจำทุก ๆ วัน เพราะประสิทธิภาพน้อยกว่า AC Charger  อย่างชัดเจน
  • สามารถสึกหรอได้ง่าย เพราะต้องถอดและเสียบเข้าเต้ารับทุกครั้งที่ต้องการชาร์จไฟ รวมถึงการสึกหรอจากการกระเทือนในระหว่างการขับขี่
ข้อดี – ข้อจำกัด ของเครื่องชาร์จ AC หรือ Home Charger

เครื่องชาร์จ AC หรือ Home Charger

นอกเหนือจากเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV แบบพกพา Portable Charger แล้ว การชาร์จไฟอีกอย่างหนึ่งที่คนใช้รถยนต์ EV รู้จักกันดีก็คือ Home Charger หรือเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน ซึ่งเป็นเครื่องชาร์จประเภท AC Charging หรือ Normal Charge ที่ใช้ระบบการชาร์จไฟด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ พบเห็นได้ทั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านและตามสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Charging Station ที่ให้บริการตามสถานที่ต่าง ๆ นั่นเอง

โดยเครื่องชาร์จ AC นี้ จะมีความแตกต่างกันกับ Portable Charger อย่างชัดเจน เพราะเป็นเครื่องชาร์จที่ติดตั้งเข้ากับผนังบ้านโดยตรง (บางบ้านอาจเลือกติดตั้งไว้กับเสาบ้าน หรือเสาติดตั้งเครื่องชาร์จก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้) เรียกง่าย ๆ ก็คือ Home Charger เป็นเครื่องชาร์จที่ติดตั้งอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ไม่มีการเคลื่อนที่หรือพกพาออกไปใช้นอกบ้านเหมือน Portable EV Charger

ข้อดีของเครื่องชาร์จแบบ Home Charger

  • สามารถชาร์จไฟได้ทุกเวลาที่ต้องการ ในพื้นที่ที่ติดตั้งเครื่องชาร์จเอาไว้
  • ใช้งานง่าย มีหลายระบบให้เลือกใช้ เช่น Plug and Play เสียบแล้วชาร์จไฟได้เลย
  • ในปัจจุบันมีเครื่องชาร์จรุ่นใหม่ ๆ ที่พัฒนาให้มีฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุม เช่น การใช้ RFID
  • บางรุ่นมีแอปพลิเคชันให้ใช้งาน ตั้งเวลาการชาร์จได้ และตรวจสอบการใช้พลังงานของรถ EV ได้
  • ให้พลังงานที่มากกว่า Portable Charger เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความจุแบตสูง
  • ใช้งานได้ยาวนานมากกว่า และเป็นเครื่องชาร์จที่เหมาะกับรถยนต์ EV มากที่สุด
  • ชาร์จไฟได้อย่างสบายใจ เพราะการติดตั้ง Home Charger ไว้ที่บ้าน จะต้องดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญหรือช่างไฟที่มีใบรับรอง ที่สามารถติดตั้งเครื่องชาร์จให้ถูกต้องตามมาตรฐานของ กฟผ. และ กฟน. ได้
  • ในปัจจุบันเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านมีหลากหลายราคาให้เลือก โดยส่วนมากเป็นแพ็กเกจค่าเครื่องที่รวมกับค่าติดตั้งเอาไว้แล้ว เช่น Teison Smart Mini ที่มีราคาเพียง 17,900 บาทเท่านั้น

ข้อจำกัดของเครื่องชาร์จไฟ Home Charger

  • การติดตั้งเครื่องชาร์จจะต้องดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือช่างไฟฟ้าที่มีใบอนุญาตหรือใบรับรองเท่านั้น
  • เครื่องชาร์จประเภท Home Charger จะเป็นการติดตั้งกับผนังหรือเสา ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้
  • ต้องมีการประเมินระบบไฟฟ้าของบ้านควบคู่กับเครื่องชาร์จที่ต้องการใช้ เช่น ไฟฟ้าวงจรที่ 2 หรือแม้กระทั่งการติดตั้งเครื่องชาร์จควบคู่กับ Solar Cell
  • หากเทียบกับ Portable Charger แล้ว เครื่องชาร์จ EV แบบติดผนัง จะมีราคาที่สูงกว่า
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีบ้านหรือที่พักอาศัยเป็นของตนเอง เพราะการติดตั้งเครื่องชาร์จ AC Charger ไว้ที่บ้าน เป็นการติดตั้งเพื่อใช้งานในระยะยาว
การเลือกใช้เครื่องชาร์จ Portable กับ AC Charger

เลือก Portable Charger กับ AC Charging แบบไหนคุ้มกว่า?

จริง ๆ แล้วการเลือกเครื่องชาร์จทั้งแบบ Portable Charger และ AC ที่เป็นเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน ต่างก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งหากใครที่มีรถยนต์ไฟฟ้าและพักอาศัยอยู่ที่บ้าน มีพื้นที่สำหรับติดตั้งเครื่องชาร์จ จะเหมาะสำหรับการใช้ Home Charger เป็นหลักมากกว่า เพราะใช้เวลาชาร์จไม่นาน เสียบชาร์จทิ้งไว้ได้โดยไม่เป็นอันตราย ให้กำลังไฟมากกว่า ทั้งยังใช้งานได้ยาวนานกว่าเครื่องชาร์จแบบพกพา

และหากต้องการใช้ Portable Charger ร่วมด้วย ควรใช้เป็นเครื่องชาร์จไฟแบบพกพา เพื่อใช้งานนอกสถานที่เป็นหลัก โดยเฉพาะการเดินทางไปต่างจังหวัด แล้วกังวลว่าสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสาธารณะจะไม่เพียงพอ เพราะเพียงแค่มีเต้ารับก็สามารถชาร์จไฟเข้ารถได้แล้ว ซึ่งเครื่องชาร์จประเภทนี้จะเหมาะสำหรับการใช้เป็นเครื่องชาร์จสำรองมากกว่าการใช้เป็นเครื่องชาร์จหลักที่ใช้เป็นประจำทุกวัน

ติดตั้ง EV Charger ที่มีมาตรฐานเลือก Plughaus

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ หรือช่างไฟฟ้าที่มีความชำนาญด้านการติดตั้ง EV Charger โดยเฉพาะ สามารถเลือกติดตั้ง Home Charger กับทาง Plughaus Thailand ได้เลย โดยเรามีเครื่องชาร์จให้บริการหลากหลายรุ่นให้เลือกสรร รองรับการชาร์จด้วยหัวชาร์จประเภท Type 2 ทำให้ใช้กับรถยนต์ EV ได้ทุกรุ่นที่จำหน่ายในไทย และที่สำคัญคือ ก่อนการติดตั้งเราจะมีการตรวจสอบพื้นที่สำหรับติดตั้งเครื่องชาร์จให้อย่างละเอียด พร้อมให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้การใช้งานเครื่องชาร์จรถ EV ปลอดภัยมากที่สุดตามมาตรฐานของ กฟผ. และ กฟน.  

มิเตอร์ TOU คืออะไร มีกี่แบบ กี่ขนาด สรุปพร้อมราคาติดตั้งล่าสุด

ในปัจจุบันนี้เชื่อว่าหลายคนที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต่างก็ต้องเคยได้ยินคำว่า “มิเตอร์ TOU” กันมาไม่มากก็น้อย ซึ่งในปัจจุบันผู้ใช้ไฟฟ้าหลาย ๆ คน โดยเฉพาะผู้ที่มีรถยนต์ไฟฟ้าใช้ในครัวเรือน ต่างก็หันมาติดตั้งมิเตอร์ TOU กันมากขึ้น เพื่อเป็นตัวช่วยลดอัตราค่าไฟภายในบ้าน เพราะฉะนั้น เราจะพาคุณมาเจาะลึกสิ่งน่าที่รู้ของ มิเตอร์ TOU กัน ว่าคืออะไร เป็นมิเตอร์แบบไหน แตกต่างจากมิเตอร์ทั่วไปยังไง แล้วการติดตั้งมิเตอร์ชนิดนี้ช่วยให้ประหยัดไฟได้จริงหรือไม่

ทำความรู้จัก มิเตอร์ TOU คืออะไร

มิเตอร์ TOU คือ?

มิเตอร์ TOU มาจากคำว่า Time of Use Traffic หรือ Time of Use Rate หมายถึง มิเตอร์ไฟฟ้าที่มาในรูปแบบดิจิทัล โดยจะคิดอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาในการใช้งาน ซึ่งเวลาในการใช้งานจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือเวลา On – Peak และ Off – Peak ซึ่งการใช้มิเตอร์ TOU จะนิยมใช้ในเวลา Off – Peak เป็นหลัก เพราะมีค่าไฟที่ถูกมากกว่า เหมาะสำหรับการชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ใช้กำลังไฟสูง หรือบ้านที่มีการใช้ไฟในเวลา Off – Peak มากกว่าเวลา On – Peak เพราะอัตราค่าไฟคิดในเรทที่แตกต่างกัน

เวลา On – Peak และ Off – Peak ของมิเตอร์ TOU

  • เวลา On – Peak นับเวลา 09.00 – 20.00 น. ของวันจันทร์ – วันศุกร์ และวันพืชมงคล
  • เวลา Off – Peak นับเวลา 22.00 – 09.00 น. ของวันจันทร์ – วันศุกร์ และวันพืชมงคล และในเวลา 00.00 – 24.00 น. ของวันเสาร์ – อาทิตย์ วันแรงงานแห่งชาติ วันหยุดราชการตามปกติ (ไม่รวมวันพืชมงคลและวันหยุดชดเชย)

หมายเหตุ : ในช่วงเวลา Off – Peak จะมีอัตราค่าไฟที่ถูกกว่า เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีต้นทุนค่าไฟฟ้าต่ำ เนื่องจากความต้องการในการใช้ไฟฟ้าต่ำ ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงที่มีราคาต่ำมาผลิตไฟฟ้าได้นั่นเอง

มิเตอร์ TOU มีกี่ประเภท และมีกี่แบบ? 

สำหรับมิเตอร์ TOU หากใช้ระบบไฟฟ้า 3 เฟส สามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ ตามขนาดของมิเตอร์ที่ใช้สำหรับติดตั้งกับที่พักอาศัย ดังนี้

  • มิเตอร์ TOU ขนาด 15 แอมแปร์ 15(45)A สามารถรองรับการโหลดได้สูงสุดถึง 45 แอมแปร์
  • มิเตอร์ TOU ขนาด 30 แอมแปร์ 30(100)A สามารถรองรับการโหลดได้สูงสุดที่ 100 แอมแปร์
อัตราค่าไฟของมิเตอร์ TOU ปี 2568

อัตราค่าไฟของมิเตอร์ TOU อัปเดตล่าสุด ปี 2025

ค่าไฟมิเตอร์ TOU การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

  • แรงดัน 22 – 33 กิโลโวลท์ ราคาค่าไฟฟ้า On – Peak อยู่ที่ 5.1135 บาท/หน่วย และเวลา Off – Peak อยู่ที่ 2.6037 บาท/หน่วย
  • แรงดันต่ำกว่า 22 กิโลโวลท์ ราคาค่าไฟฟ้า On – Peak อยู่ที่ 5.7982 บาท/หน่วย และเวลา Off – Peak อยู่ที่ 2.6369 บาท/หน่วย

ค่าไฟมิเตอร์ TOU การไฟฟ้านครหลวง

  • แรงดัน 12 – 24 กิโลโวลท์ ราคาค่าไฟฟ้า On – Peak อยู่ที่ 5.1135 บาท/หน่วย และเวลา Off – Peak อยู่ที่ 2.6037 บาท/หน่วย
  • แรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลท์ ราคาค่าไฟฟ้า On – Peak อยู่ที่ 5.7982 บาท/หน่วย และเวลา Off – Peak อยู่ที่ 2.6369 บาท/หน่วย

ที่มา : ประกาศจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ลงวันที่ 18 เมษายน 2566) และเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวง (เผยแพร่ล่าสุดวันที่ 13 มกราคม 2566) โดยเป็นราคาที่ยังไม่รวมกับค่า FT, VAT และค่าบริการต่าง ๆ

การติดตั้งมิเตอร์ TOU สำหรับ Home Charger

ใครบ้างที่เหมาะกับมิเตอร์ TOU?

สำหรับการติดตั้งมิเตอร์ TOU ให้คุ้มค่าและเหมาะกับการใช้งานจริง ๆ จะต้องดูจากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือนเป็นหลัก โดยมิเตอร์ TOU จะเหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยได้ใช้ไฟในเวลากลางวันมากเท่าไหร่นัก แต่ใช้ไฟในเวลากลางคืนบ่อย ซึ่งบางคนก็อาจจะเลือกติดตั้งมิเตอร์ TOU ควบคู่ไปกับระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ที่ทำให้ประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น

เพราะในเวลากลางวันใช้ไฟจากโซลาร์เซลล์หรือพลังงานจากแสงแดด ส่วนในเวลากลางคืนใช้ไฟจากมิเตอร์ TOU คิดอัตราค่าไฟจากเวลา Off – Peak เพราะฉะนั้น หากใครที่สำรวจตัวเองแล้วว่า พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเหมาะกับการติดตั้งมิเตอร์ TOU ที่บ้าน ก็สามารถทำเรื่องขอติดตั้งกับการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามพื้นที่ที่บ้านตั้งอยู่ได้เลย 

ราคาติดตั้งมิเตอร์ TOU และเอกสารที่ต้องใช้

การติดตั้งมิเตอร์ TOU ในปัจจุบันนี้ จะอัตราค่าบริการหลัก ๆ 2 รายการ คือ ค่าเปลี่ยนมิเตอร์ 700 บาท และค่ามิเตอร์อีก 6,000 บาท แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับขนาดของมิเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ด้วย ส่วนเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นคำร้องขอเปลี่ยนมิเตอร์ ได้แก่

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาเอกสารการเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี)
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่ขอติดตั้งมิเตอร์ TOU
  • หากดำเนินการแทนเจ้าของบ้านต้องมีเอกสารเพิ่มเติม อาทิ สัญญาซื้อขาย หรือใบมอบอำนาจ
  • บิลค่าไฟฟ้า
  • ใบคำขอใช้ไฟฟ้าของ PEA หรือ MEA
การติดตั้งมิเตอร์ TOU สำหรับการชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า

สรุป

สำหรับการเลือกใช้มิเตอร์ TOU นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ที่ต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน หรือ Home Charger ไว้ใช้งานโดยไม่ต้องพึ่งพาการชาร์จไฟที่สถานีชาร์จรถไฟฟ้าเสมอไป และสำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จรถ EV ที่มีมาตรฐาน พร้อมเปลี่ยนมาใช้วงจรที่ 2 ก็สามารถเลือกใช้บริการการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ EV กับทาง Plughaus Thailand ได้เช่นกัน ด้วยบริการแบบครบวงจร พร้อมออกแบบวงจรไฟฟ้าที่บ้านของคุณให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ตรงตามมาตรฐานที่ กฟผ. และ กฟน. กำหนด

3 เหตุผล ที่ควรติดตั้ง EV Charger จากผู้เชี่ยวชาญของ Plughaus

การติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน นับว่ามีข้อดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความสะดวกสบาย และการประหยัดเวลาในการชาร์จไฟแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เพราะไม่ต้องเสียเวลาชาร์จตามที่ชาร์จไฟสาธารณะ หรือตาม EV Charging Station ทุกครั้งที่ต้องการชาร์จไฟ ซึ่งการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน สิ่งที่ผู้ใช้รถอยากรู้ไม่แพ้การเลือกเครื่องชาร์จที่เหมาะสมกับตัวรถก็คือ สามารถติดตั้งเครื่องชาร์จเองได้ไหม โดยทาง Plughaus Thailand จะมาไขข้อข้องใจให้กับผู้ใช้รถ EV กัน ว่าการติดตั้ง Home Charger ทำเองได้หรือไม่ แล้วแตกต่างจากให้ผู้เชี่ยวชาญมากแค่ไหน?

ติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน จากผู้เชี่ยวชาญของ Plughaus

ติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน ทำเองได้หรือไม่?

ในปัจจุบันนี้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าหลาย ๆ คน ก็คงมองหา Home Charger ที่เหมาะสมกับการใช้งาน และมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของตัวเองเช่นกัน ซึ่งหลายคนก็มองว่าสามารถสั่งซื้อเครื่องชาร์จมาติดตั้งเองได้ เพราะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการใช้บริการบริษัทรับติดตั้ง EV Charger ที่บ้านพอสมควร โดยเฉพาะผู้ที่มีความรู้ด้านระบบไฟฟ้าหรือเป็นช่างไฟฟ้าอยู่แล้ว ที่ต้องการติดตั้ง EV Charger ด้วยตัวเอง

แน่นอนว่า การติดตั้งเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าด้วยตัวเองนั้นสามารถทำได้ หากดำเนินการติดตั้งตามมาตรฐานการติดตั้ง EV Charger ที่ทาง PEA และ MEA กำหนด โดยเฉพาะมาตรฐานความปลอดภัยในด้านต่าง ๆ ทั้งการเดินสายไฟ การติดตั้งเบรกเกอร์ รวมถึงการเชี่อมต่อเข้ากับระบบไฟฟ้าของบ้าน และที่สำคัญคือ ควรติดตั้งโดยช่างไฟฟ้าที่มีใบอนุญาตเท่านั้น เพื่อให้การติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย และใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมต่องานระบบทั้งหมด

เพราะฉะนั้น การต้องการติดตั้ง EV Charger สามารถเลือกซื้อเครื่องชาร์จที่มาพร้อมบริการติดตั้งได้ หรือหากผู้ให้บริการนั้น ๆ ไม่มีเครื่องชาร์จในรุ่นที่ต้องการ ก็สามารถซื้อเครื่องชาร์จรถ EV แล้วชำระแค่ค่าบริการการติดตั้งก็ได้เช่นกัน ซึ่งข้อดีของการติดตั้งกับทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ นอกจากจะช่วยให้ติดตั้งเครื่องชาร์จได้ตามมาตรฐานแล้ว ยังได้รับข้อมูลและคำแนะนำที่ครบถ้วนด้วยเช่นกัน อาทิ การขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมถึงการติดตั้งวงจรที่ 2 ในบางกรณี เป็นต้น 

เลือกติดตั้งเครื่องชาร์จกับ Plughaus ดีกว่าอย่างไร

เลือกติดตั้งเครื่องชาร์จกับ Plughaus ดีกว่าอย่างไร?  

1. มีความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด

การติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ากับทาง Plughaus สิ่งที่ผู้ใช้บริการจะได้รับคือ การติดตั้ง EV Charger ตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ทางการ PEA และ MEA กำหนดอย่างครบถ้วน ช่วยป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร รวมถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการวางงานระบบไม่ถูกต้อง หรือแม้กระทั่งการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ที่หากเกิดปัญหาขึ้นอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

แน่นอนว่า การติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้านของทาง Plughaus จะมีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ารั่ว (RCD) ร่วมด้วย ในกรณีที่เครื่องชาร์จไม่มีระบบตัดไฟภายในตัว ทั้งยังมีอุปกรณ์เสริม เช่น MAUS STIXX PRO หรือแท่งดับเพลิงอัจฉริยะ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถได้มากขึ้นต่อการเกิดอัคคีภัย เป็นต้น

2. ตรวจเช็กความพร้อม ก่อนเริ่มต้นติดตั้งจริง

โดยการติดตั้งเครื่องชาร์จ ทีมงานจะตรวจเช็กระบบไฟฟ้าของบ้านว่าเป็นระบบไฟฟ้ากี่เฟส ระหว่าง 1 เฟส และ 3 เฟส และมีกำลังไฟฟ้าเท่าไหร่ ควรเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าหรือไม่ หรือควรเดินระบบไฟฟ้าแบบวงจรที่ 2 มากกว่า และทีมงานจะตรวจสอบพื้นที่สำหรับติดตั้งให้อย่างละเอียด ว่าควรติดตั้ง EV Charger บริเวณไหนเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกที่สุด โดยจะประเมินตามพื้นที่หน้างานอย่างละเอียด

โดยการประเมินพื้นที่สำหรับการติดตั้ง ทีมงานจะประเมินควบคู่ไปกับการเดินสายไฟของที่พักอาศัย และการติดตั้ง Consumer Unit หรือตู้ไฟ นอกจากนี้ หากต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จรถ EV เพื่อใช้งานร่วมกับ Solar Cell ทางทีมงานก็จะประเมินและให้คำแนะนำอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการเลือกเครื่องชาร์จที่เหมาะสมในการใช้งาน สามารถรองรับการใช้ไฟฟ้าร่วมกับระบบโซลาร์เซลล์ได้

รีวิวงานติดตั้ง Home Charger จาก Plughaus

3. มีแพ็กเกจหลายแบบ พร้อมราคาติดตั้งเครื่องชาร์จ

ด้วยความหลากหลายของเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนรถยนต์ EV ที่จำหน่ายในประเทศไทย เราจึงมีตัวเลือกแพ็กเกจให้ผู้ใช้งานได้เลือกตามความต้องการและตามงบประมาณที่มี โดยเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามีทั้งราคาเครื่องเปล่า และราคาเครื่องพร้อมบริการติดตั้ง โดยมีทั้งการติดตั้งด้วยระบบไฟฟ้า 1 เฟส และ 3 เฟส และที่ขาดไม่ได้คือ เรามีบริการติดตั้งเครื่องชาร์จพร้อมกับระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2 ให้ด้วยเช่นกัน

4. ให้ความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชม.

หลังจากที่ติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้งานก็ยังมั่นใจได้มากกว่า ด้วยบริการหลังการติดตั้ง ที่เรามีทั้งการรับประกันและการให้คำแนะนำเมื่อเกิดปัญหาในการใช้งาน พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการบำรุงรักษาเครื่องชาร์จ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด

5. ความคุ้มค่าแบบครบ จบ ในที่เดียว

บริการการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เราเป็นบริการรับติดตั้ง EV Charger ที่บ้านแบบ One Stop Service ที่พร้อมให้บริการตั้งแต่การให้คำแนะนำในการเลือกเครื่องชาร์จที่เหมาะสมกับตัวรถ การออกแบบงานระบบไฟฟ้าของตัวบ้าน การบริการหลังการติดตั้งเครื่องชาร์จ พร้อมกับการรับประกันแบบครบวงจร อาทิ การเคลมสินค้า การสนับสนุนและให้ข้อมูลทางเทคนิคจากทีมงานที่มากประสบการณ์โดยตรง และที่สำคัญ มีตัวเลือกของ Home Charger หลากหลายรุ่นที่นำเข้าจากต่างประเทศ และมีมาตรฐานสากลรับรองคุณภาพ อาทิ CE, UL หรือแม้กระทั่ง TÜV

บริการหลังการติดตั้ง EV Charger จากทีมงานของ Plughaus และ Evolt

ติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้านวันนี้ เริ่มต้นเพียง 25,900.- เท่านั้น

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน ด้วย Home Charger ที่มีมาตรฐาน ได้รับการรับประกันคุณภาพ และรองรับหัวชาร์จประเภท Type 2 สามารถติดตั้งเครื่องชาร์จกับทาง Plughaus Thailand ได้แล้ววันนี้ ด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียงแค่ 25,900 บาท เท่านั้น โดยมีให้เลือกหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Teison Smart Mini, EN+ Caro Series และ EN+ Caro Pro ที่รองรับระบบไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 3 เฟส พร้อมกำลังการชาร์จที่สูงถึง 22 kW  

How – To วิธีดูว่าบ้านเราใช้ไฟกี่เฟส ก่อนติดตั้ง EV Charger

ทุกครั้งที่จะติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Charger สิ่งที่ผู้ใช้รถได้ยินกันบ่อย ๆ ก็คงหนีไม่พ้นอย่างแน่นอนก็คือ ระบบไฟฟ้าของบ้าน ใช้ไฟ 1 เฟส หรือ 3 เฟส เพื่อให้เลือกเครื่องชาร์จรถอีวีที่เหมาะสมกับบ้าน และสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่เกิดปัญหาการใช้ไฟฟ้าเกินความสามารถของระบบไฟฟาที่มีอยู่ หรือก็คือการ Overload นั่นเอง เพราะฉะนั้น เราจะพาคนใช้รถ EV มาดูกันว่า ระบบไฟฟ้าที่บ้านเรานั้นใช้ไฟกี่เฟส แล้วไฟ 1 เฟส กับ 3 เฟส มีความแตกต่างกันยังไง ต้องดูตรงไหนบ้าง?

วิธีดูว่าบ้านใช้ไฟฟ้ากี่เฟส ดูยังไงบ้าง

วิธีดูว่าบ้านใช้ไฟฟ้ากี่เฟส ดูยังไงบ้าง?

โดยปกติแล้วการดูว่าไฟฟ้าที่บ้านเป็นระบบไฟฟ้าแบบ 1 เฟส หรือ 3 เฟส สามารถดูได้ 2 วิธี คือ สายไฟที่เข้าบ้านและหน้าจอมิเตอร์ไฟฟ้า ที่จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้

1. การดูจากสายไฟฟ้าที่เข้าบ้านว่ามีกี่สาย

  • ระบบไฟฟ้า 1 เฟส จะใช้สายไฟเข้าบ้านจำนวน 2 เส้น โดยแยกเป็นสายไลน์ 1 เส้น และสายเส้นศูนย์ 1 เส้น
  • ระบบไฟฟ้า 3 เฟส จะใช้สายไฟทั้งหมด 4 เส้น โดยมีสายไลน์จำนวน 3 เส้น และสายเส้นศูนย์ 1 เส้น

2. การดูจากหน้าจอมิเตอร์ไฟฟ้าที่บ้าน

  • ระบบไฟฟ้า 1 เฟส มิเตอร์ไฟฟ้าจะเขียนว่า Single – Phase 2 – Wire โดยมิเตอร์ที่ใช้จะมีแรงดันไฟฟ้า 220 – 230 โวลต์
  • ระบบไฟฟ้า 3 เฟส มิเตอร์ไฟฟ้าจะเขียนว่า Three – Phase 4 – Wire โดยมีแรงดันไฟฟ้าตั้งแต่ 380 – 400 โวลต์
ระบบไฟฟ้า 1 เฟส และ 3 เฟส สำหรับติดตั้ง EV Charger

ข้อดี – ข้อจำกัด ของไฟฟ้า 1 เฟส และ 3 เฟส สำหรับติดตั้งเครื่องชาร์จ

ระบบไฟฟ้า 1 เฟส

สำหรับระบบไฟฟ้า 1 เฟส เป็นระบบไฟฟ้าของบ้านเรือนที่นิยมใช้มากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งบ้านที่ใช้ระบบไฟฟ้าแบบ 1 เฟส จะเหมาะกับเครื่องชาร์จที่มีกำลังไฟประมาณ 7.4 kW เช่น Teison Smart Mini และ EN+ Caro Series ซึ่งเป็นเครื่องชาร์จที่ให้กำลังไฟเพียงพอกับรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป

  • ข้อดี : มีราคาถูกกว่าการติดตั้งเครื่องชาร์จแบบ 3 เฟส ทำให้ติดตั้งได้ง่ายกว่า
  • ข้อจำกัด : ใช้เวลาในการชาร์จไฟนานกว่าระบบไฟฟ้าแบบ 3 เฟส และไม่สามารถชาร์จไฟสำหรับรถไฟฟ้าที่มีกำลังไฟฟ้าสูงได้

ระบบไฟฟ้า 3 เฟส

โดยปกติแล้วเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 3 เฟส จะให้กำลังไฟการชาร์จที่มากกว่า มีตั้งแต่ 11 kW ไปจนถึง 22 kW เช่น หากติดตั้งเครื่องชาร์จรุ่น EN+ Caro Pro 22 kW กำลังไฟของบ้านจะต้องไม่ต่ำกว่า 30 kW เป็นต้น

  • ข้อดี : ใช้เวลาในการชาร์จไฟที่เร็วกว่าระบบไฟฟ้าแบบ 1 เฟส เหมาะสำหรับบ้านที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูง แบตลูกใหญ่ และมีรถยนต์ EV หลายคัน เช่น การทำ Home Office
  • ข้อจำกัด : มีราคาติดตั้งที่สูงกว่าระบบไฟฟ้าแบบ 1 เฟส และมีความยากของงานระบบมากกว่า ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญติดตั้งให้เท่านั้น

หมายเหตุ : วิธีคำนวณกำลังไฟฟ้าทั้งหมดของบ้าน ให้นำกำลังไฟฟ้าของเครื่องชาร์จ + กำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในบ้านที่ใช้งานเป็นประจำ

เช็กระบบไฟฟ้าที่บ้าน ระหว่าง 1 เฟส และ 3 เฟส

หากบ้านใช้ไฟ 1 เฟส ติดตั้ง EV Charger ได้หรือไม่?

เมื่อรู้แล้วว่าระบบไฟฟ้าที่บ้านใช้ไฟ 1 เฟส หรือ 3 เฟส ลำดับต่อมาที่หลายคนสงสัยคือ หากบ้านใช้ไฟ 1 เฟส จะสามารถติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Charger ที่บ้านได้หรือไม่ ซึ่งตามปกติแล้วสามารถติดตั้งได้ แต่ต้องเป็นเครื่องชาร์จที่รองรับระบบไฟฟ้า 1 เฟส เท่านั้น เพราะตัวเครื่องชาร์จจะมีกำลังไฟในการชาร์จที่แตกต่างกัน หากติดตั้งเครี่องชาร์จที่มีกำลังไฟมากกว่าที่ระบบไฟฟ้าที่รองรับได้ ก็จะทำให้เกิดปัญหาต่อระบบและวงจรไฟฟ้าภายในบ้าน โดยเฉพาะการ Overload นั่นเอง

สำหรับมาตรฐานการติดตั้ง EV Charger ที่บ้านหรือที่พักอาศัย ตามมาตรฐานของ MEA และ PEA เพื่อให้รองรับการติดตั้งเครื่องชาร์จนั้น หากระบบไฟฟ้าเดิมไม่เพียงพอต่อการติดตั้ง สามารถขอเพิ่มขนาดมิเตอร์เดิมได้เลย โดยเปลี่ยนจากระบบ Single – Phase ขนาด 32A (7.4 kW) เพิ่มเป็นมิเตอร์เป็น Single – Phase ขนาด 30(100)A โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไฟบ้านเป็น 3 เฟส ทั้งยังสามารถขอติดตั้งมิเตอร์เครื่องที่ 2 หรือเลือกติดตั้งสายเมนวงจรที่ 2 แทนก็ได้ ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความเหมาะสมต่อระบบไฟฟ้าของที่พักอาศัย

เพราะการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ต้องดูจากการใช้งานไฟฟ้าทั้งหมดภายในบ้านร่วมด้วย ซึ่งผู้ที่ต้องการติดตั้ง EV Charger สามารถให้ทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านการติดตั้ง เข้าไปตรวจเช็กระบบไฟฟ้าที่บ้านก่อนการติดตั้งได้เช่นกัน เพื่อให้มั่นใจว่าหากติดตั้งเครื่องชาร์จแล้ว จะสามารถใช้งานได้โดยไม่เกิดปัญหาต่อระบบไฟฟ้าในขณะที่ชาร์จไฟ

ติดตั้ง Home Charger กับ Plughaus ด้วยระบบไฟฟ้ส 1 เฟส และ 3 เฟส

สรุป

การติดตั้ง Home Charger หรือ เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการสำรวจระบบไฟฟ้า ว่าเพียงพอต่อเครื่องชาร์จที่ต้องการติดตั้งหรือไม่ หากรถมีขนาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ ต้องใช้เครื่องชาร์จที่มีกำลังไฟสูง ก็ต้องเปลี่ยนมิเตอร์ให้เหมาะสมก่อนติดตั้งเครื่องชาร์จตามมาตรฐานของ กฟผ. และ กฟน.  เช่นเดียวกับทาง Plughaus Thailand ที่นอกจากจะมีความเชี่ยวชาญด้านงานระบบแล้ว เรายังช่วยออกแบบพร้อมตรวจสอบพื้นที่สำหรับติดตั้งให้ก่อนทุกครั้ง และที่สำคัญ มีการรับประกันหลังการติดตั้งให้แบบครบวงจร  

รีวิวเครื่องชาร์จรถอีวี EN+ Caro Pro กำลังไฟ 22 kW พร้อม IP65

ในบรรดาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ที่รองรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส ถือว่ามีจำนวนน้อยกว่าระบบไฟฟ้า 1 เฟสพอสมควร ซึ่งเครื่องชาร์จรถ EV ที่ออกแบบมาเพื่อระบบไฟฟ้า 3 เฟส อย่าง “EN+ Caro Pro” ก็นับว่าเป็นหนึ่งใน Home Charger ที่น่าสนใจ ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ฟังก์ชันจัดเต็ม ทั้งยังเป้นเครื่องชาร์จที่ใช้งานได้ง่าย เพราะฉะนั้น PlugHaus จะพาคุณมาดูกันว่า เครื่องชาร์จไฟแบตเตอรี่รถยนต์รุ่นนี้มีสเปกอย่างไร แล้วมีฟังก์ชันอะไรบ้างที่น่าสนใจ พร้อมสรุปราคาค่าเครื่องและบริการติดตั้งแบบครบวงจรในบทความเดียว

รีวิวเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EN+ Caro Pro

จุดเด่นของเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EN+ Caro Pro

สำหรับเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EN+ Caro Pro เป็นเครื่องชาร์จประเภท Wall Charger หรือ Wallbox ที่ออกแบบมาให้รองรับการติดตั้งกับผนังโดยเฉพาะ แต่มีความพิเศษคือ การออกแบบที่เน้นความหรูหรา ทันสมัย และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ได้มากขึ้น โดยเป็นรุ่นที่มีกำลังไฟสูงถึง 22 kW ถูกเพิ่มมาจากรุ่น EN+ Caro Series ที่ให้กำลังไฟอยู่ที่ 7.4 kW เท่านั้น และใช้ได้เฉพาะกับระบบไฟฟ้า 1 เฟส

ในขณะที่เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EN+ Caro Pro ให้กำลังไฟที่มากขึ้น และสามารถติดตั้งกับบ้านหรือที่พักอาศัยที่ใช้ระบบไฟฟ้า 3 เฟสโดยเฉพาะ จึงทำให้เป็นเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะสำหรับการใช้ในสเกลที่ใหญ่ขึ้น หรือเป็นบ้านที่มีรถยนต์ EV หลายคัน ต้องการเครื่องชาร์จที่ให้กำลังไฟสูง โดยที่ยังคงเป็นการชาร์จแบบปกติ หรือ Normal Charge อยู่ ไม่ส่งผลกระทบต่อแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว

นอกจากนี้ เครื่องชาร์จ EN+ Caro Pro ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันที่น่าสนใจอย่าง Dynamic Load Management ที่ช่วยทำให้การควบคุมการชาร์จไฟสะดวกยิ่งขึ้น และเมื่อบวกกับการรองรับการใช้งานผ่านการเชื่อมต่อทั้ง Wi – Fi และ Bluetooth ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องชาร์จรถ EV ที่ใช้งานได้ครบวงจร ทั้งยังสะดวกในหลาย ๆ ด้าน

รีวิวสเปก และฟังก์ชันการใช้งานของเครื่องชาร์จ EN+ Caro Pro

สเปกและฟังก์ชันการใช้งานของเครื่องชาร์จ EN+ Caro Pro

  • ให้กำลังการชาร์จไฟที่ 22 kW  
  • รองรับการใช้งานสำหรับระบบไฟฟ้า 3 เฟส
  • ความยาวสายไฟสูงสุด 7 เมตร
  • ใช้หัวชาร์จประเภท Type 2
  • รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi – Fi / 4G / Ethernet และ Bluetooth
  • สามารถคอนโทรลการใช้งานผ่านทาง Application EV Chargo ได้ เช่น การตั้งเวลา  
  • มีระบบ RFID สำหรับกำหนดผู้ใช้งานเครื่องชาร์จรถ EV ได้
  • สามารถเริ่มต้นชาร์จได้ง่าย ๆ ทั้งแบบ Plug to Play, RFID Card และ Application
  • รองรับการใช้งานเมื่อติดตั้งร่วมกับ Solar Cell
  • ใช้ร่วมกับบ้านที่มีมิเตอร์ไฟ TOU ในการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV
  • มีระบบ Load Balance ช่วยทำให้การชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ใช้ระบบไฟแบบ Multi – Coloured RGB Light Indication
รีวิวเครื่องชาร์จ EN+ Caro Pro

ระบบความปลอดภัยของตัวเครื่อง

  • มีมาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำที่ระดับ IP65 และการกระแทก IK10   
  • มีระบบการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว
  • มีระบบการป้องกันรีเลย์ค้าง (Relay – Sticking Protection)
  • รองรับการใช้งานที่อุณหภูมิต่ำสุดที่ -30 องศาเซลเซียส และสูงสุดที่ 50 องศาเซลเซียส

ตัวเลือกสีเครื่องชาร์จ EV

  • สีขาวมุก
  • สีดำสเปซแบล็ค

ราคาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EN+ Caro Pro จาก PlugHaus

  • ราคาเครื่องชาร์จรถ EV พร้อมบริการติดตั้ง ราคา 46,900 บาท
  • ราคาเครื่องพร้อมบริการติดตั้ง และระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2 ราคา 60,800 บาท
ราคาเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EN+ Caro Pro จาก PlugHaus

ติดตั้ง Home Charger ที่มีมาตรฐาน เลือก PlugHaus Thailand

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 3 เฟส ที่มีมาตรฐานอย่าง EN+ Caro Pro สามารถเลือกติดตั้งกับทางทีมงานของ PlugHaus Thailand ได้ง่าย ๆ โดยที่สามารถเลือกได้ว่า จะติดตั้งแบบยึดติดผนังหรือยึดพื้น ทั้งยังเลือก Custom สีตัวเครื่องได้ตามที่ต้องการ (ตามตัวเลือกสีที่มี) นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการสามารถมั่นใจได้ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่สำหรับติดตั้ง Home Charger ตลอดจนบริการหลังการขาย ที่นอกจากเราจะมีทีมงานที่มากประสบการณ์ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีมาตรฐานตามที่ MEA และ PEA กำหนดแล้ว ยังมีการรับประกันหลังการติดตั้งให้แบบครบวงจรให้อีกด้วย