อัตราภาษีสรรพสามิต รถยนต์ ปี 2569 ข่าวดีรถ EV มีภาษีต่ำสุดที่ 2%

สำหรับใครที่กำลังติดตามข่าวของอัตราภาษีรถยนต์ ก็น่าจะทราบกันแล้วว่า ล่าสุดมีการปรับเปลี่ยน โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ของกรมสรรพสามิต หรือก็คือ อัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ โดยในวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป จะมีการเรียกเก็บภาษีของรถยนต์แต่ละชนิดใหม่ทั้งหมด ทั้งรถยนต์สันดาปทั่วไป, รถยนต์พลังงานทางเลือก และที่ขาดไม่ได้คือ ภาษีรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ก็มีการปรับ “ภาษีสรรพสามิต 2569” ใหม่เช่นกัน

อัตราภาษีสรรพสามิต 2569 เริ่มใช้ 1 ม.ค. 69

สรุป อัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ เริ่มใช้ 1 ม.ค.​ 2569

1. กลุ่มรถยนต์ BEV (ไฟฟ้า 100%)

สำหรับอัตราภาษีสรรพสามิต 2569 รถยนต์ BEV หรือรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ 100% นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป จะถูกคิดอัตราภาษีสรรพสามิตในอัตรา 2% (รถยนต์ไฟฟ้าลดลงจาก 8% ส่วนรถกระบะพลังงานไฟฟ้าถูกเพิ่มภาษีจาก 0% เป็น 2%)

โดยอัตราภาษีใหม่นี้ เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลยกเว้นภาษีอากรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV ทั้งกลุ่มรถยนต์นั่ง, รถยนต์โดยสารที่ไม่เกิน 10 คน รวมถึงรถกระบะไฟฟ้า ซึ่งมีผลบังคับใช้ถึงแค่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น

2. รถยนต์ประเภท PHEV

  • รถที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนไม่ต่ำกว่า 80 กม./ชาร์จ 1 ครั้ง ภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ 5%
  • รถที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนต่ำกว่า 80 กม./ชาร์จ 1 ครั้ง คิดภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ 10%
  • รถที่วิ่งด้วยเครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร คิดภาษีสรรพสามิตในอัตรา 30%
อัตราภาษีสรรพสามิต 2569 เริ่มใช้ 1 ม.ค. 69

3. รถยนต์ประเภท MHEV และ HEV

  • เครื่องยนต์ที่ไม่เกิน 3.0 ลิตร ปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 กรัม/กม. อัตราภาษีอยู่ที่ 6%  
  • เครื่องยนต์ที่ไม่เกิน 3.0 ลิตร ปล่อย CO2 เกิน 100 แต่ไม่เกิน 120 กรัม/กม. อัตราภาษีอยู่ที่ 9%  
  • เครื่องยนต์ที่ไม่เกิน 3.0 ลิตร ปล่อย CO2 เกิน 120 แต่ไม่เกิน 150 กรัม/กม. อัตราภาษีอยู่ที่ 14%  
  • เครื่องยนต์ที่ไม่เกิน 3.0 ลิตร ปล่อย CO2 เกิน 100 แต่ไม่เกิน 200 กรัม/กม. อัตราภาษีอยู่ที่ 19%  
  • เครื่องยนต์ที่ไม่เกิน 3.0 ลิตร ปล่อย CO2 เกิน 200 กรัม/กม. อัตราภาษีอยู่ที่ 24%  
  • เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร คิดอัตราภาษีสรรพสามิต 40%

4. รถยนต์ประเภท ICE หรือรถยนต์สันดาป

  • เครื่องยนต์ที่ไม่เกิน 3.0 ลิตร ปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 กรัม/กม. อัตราภาษีอยู่ที่ 13%  
  • เครื่องยนต์ที่ไม่เกิน 3.0 ลิตร ปล่อย CO2 เกิน 100 แต่ไม่เกิน 120 กรัม/กม. อัตราภาษีอยู่ที่ 22%  
  • เครื่องยนต์ที่ไม่เกิน 3.0 ลิตร ปล่อย CO2 เกิน 120 แต่ไม่เกิน 150 กรัม/กม. อัตราภาษีอยู่ที่ 25%  
  • เครื่องยนต์ที่ไม่เกิน 3.0 ลิตร ปล่อย CO2 เกิน 100 แต่ไม่เกิน 200 กรัม/กม. อัตราภาษีอยู่ที่ 29%  
  • เครื่องยนต์ที่ไม่เกิน 3.0 ลิตร ปล่อย CO2 เกิน 200 กรัม/กม. อัตราภาษีอยู่ที่ 34%  
  • เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร คิดอัตราภาษีสรรพสามิต 50%
อัตราภาษีสรรพสามิต ใหม่ ปี 2569

การเปลี่ยนแปลงของอัตราภาษีสรรพสามิต 2569  

จากการเปลี่ยนแปลงของอัตราภาษีสรรพสามิต นับว่าส่งผลกระทบต่อรถยนต์ทุกชนิดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเพิ่มอัตราภาษีของรถยนต์ประเภท MHEV, HEV และ ICE ที่มีอัตราภาษีของรถที่ใช้เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร เพิ่มขึ้นถึง 40% และ 50% ตามลำดับ เช่นเดียวกับการแยกการคำนวณภาษีของรถยนต์ HEV และ MHEV ออกจากกัน โดยยึดตามระยะทางที่วิ่งด้วยไฟฟ้าต่อการชาร์จเป็นเกณฑ์คำนวณ

นอกจากนี้ รถยนต์ PHEV ยังมีข้อกำหนดเพิ่มเติม คือ ต้องติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ หรือ ADAS อย่างน้อย 2 ระบบ และต้องเป็นรถที่ใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเภทไทย นับตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไปเท่านั้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ส่งผลต่อราคาและการเตรียมตัวรับมือของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน หนึ่งในนั้นคือ การปรับเพิ่มราคาของรถยนต์ที่จะจำหน่ายในปี 2569

ยกตัวอย่างคือ รถยนต์ไฟฟ้าของทาง BYD ที่มีการประกาศลดราคาช่วงปลายปี 2568 ก่อนที่มาตรการ EV 3.0 จะสิ้นสุด ซึ่งส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 3 Premium และ BYD SEAL Premium & AWD Performance หมดสต็อกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลังจากการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิต 2569 ก็น่าจะส่งผลกระทบให้ BYD ในบางรุ่นมีราคาสูงขึ้น ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ BYD SEAL, BYD M6, BYD SEALION 7 และ DENZA D9 จะมีอัตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มจากเดิม 2% รวมเป็น 10%

การเปลี่ยนแปลงของอัตราภาษีสรรพสามิต 2569

สรุป

จะเห็นได้เลยว่า ในปี 2569 นี้ เป็นหนึ่งในปีที่มีการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV 2026 อย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลกระทบจากการสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 ในปลายปี 2568 นี้ ที่ส่งผลให้มีอัตราภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้น และถึงแม้ว่ามาตรการ EV 3.0 จะสิ้นสุดลง แต่ยังมีมาตรการ EV 3.5 ที่ทางรัฐบาลมีเงินอุดหนุนให้กับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า รถกระบะไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สูงสุด 100,000 บาท โดยมาตรการนี้ก็จะสิ้นสุดลงในปี 2570 เช่นกัน

สรุปยอดจองรถ Motor Expo 2025 ทุบสถิติรวมกว่า 81,147 คัน

สรุปแล้ว! สำหรับยอดจองรถยนต์ใหม่ในงาน Motor Expo 2025 หรืองานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ที่ปิดฉากอย่างสวยงาม และในงาน Motor Expo ปีนี้ จัดขึ้นที่ Challenger Hall 1 – 3 เมืองทองธานี โดยปิดยอดจองงาน Motor Expo 2025 ไปอย่างสวยงามทั้งหมด 81,147 คัน เพิ่มขึ้นจากงาน Motor Expo 2024 ถึง 48.5% โดยในรอบนี้พี่ใหญ่ Toyota หวนคืนแชมป์ได้สำเร็จ หลังจากที่ปี 2024 เสียแชมป์ให้กับค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีนอย่าง BYD เรียกว่าปีนี้งานมอเตอร์เอ็กซ์โปคึกคักกันเป็นอย่างมาก

สรุปยอดจองรถ Motor Expo 2025

20 อันดับ ยอดจองรถสูงสุดในงาน Motor Expo 2025  

  • อันดับ 1 Toyota ยอดจอง 10,872 คัน   
  • อันดับ 2 BYD ยอดจอง 10,031 คัน
  • อันดับ 3 OMODA JAECOO ยอดจอง 7,266 คัน  
  • อันดับ 4 Honda ยอดจอง 6,278 คัน  
  • อันดับ 5 GAC ยอดจอง 5,019 คัน  
  • อันดับ 6 GEELY ยอดจอง 4,827 คัน   
  • อันดับ 7 MG ยอดจอง 4,827 คัน  
  • อันดับ 8 GWM ยอดจอง 4,609 คัน  
  • อันดับ 9 DEEPAL ยอดจอง 4,586 คัน
  • อันดับ 10 Mitsubishi ยอดจอง 2,988 คัน
  • อันดับ 11 Isuzu ยอดจอง 2,389 คัน  
  • อันดับ 12 Chery ยอดจอง 2,009 คัน
  • อันดับ 13 Mazda ยอดจอง 1,899 คัน
  • อันดับ 14 Nissan ยอดจอง 1,508 คัน
  • อันดับ 15 Zeekr ยอดจอง 1,129 คัน  
  • อันดับ 16 AVATR ยอดจอง 1,103 คัน
  • อันดับ 17 XPENG ยอดจอง 1,089 คัน  
  • อันดับ 18 BMW ยอดจอง 1,070 คัน
  • อันดับ 19 Ford ยอดจอง 914 คัน  
  • อันดับ 20 Mercedes-Benz ยอดจอง 911 คัน

ป้ายยา 5 รถใหม่งาน Motor Expo 2025 ที่มาแรงที่สุด  

1. GEELY EX2

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มาแรงในงาน Motor Expo 2025 นี้ ก็คือ GEELY EX2 ที่เปิดตัวในราคา 399,990 – 429,990 บาท (สำหรับ 2,000 คันแรก) มี 2 รุ่น คือ EX2 และ EX2 MAX ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว พละกำลังสูงสุด 116 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium – ion ความจุ 39.4 kWh วิ่งได้ไกลสูงสุด 395 กม. ตามมาตรฐาน NEDC รองรับทั้งการชาร์จ AC และ DC จัดเต็มระบบความบันเทิงและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแบบครบครัน   

รถยนต์ใหม่ในงาน Motor Expo 2025 x GEELY EX2

2. JAECOO 5 EV

อีกหนึ่งรุ่นรถยนต์ EV ที่มาแรงในงาน Motor Expo 2025 นี้ ก็คือ JAECOO 5 EV กับราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 589,000 – 639,000 บาท โดยเป็นรุ่นรถนำเข้า CBU จากจีน มี 2 รุ่นย่อย คือ JAECOO 5 EV Dynamic และ JAECOO 5 EV Max ซึ่งเป็นราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยตัวรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว พละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิด 288 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 58.9 kWh วิ่งได้ไกลสูงสุด 400 กม. ตามมาตรฐาน WLTP และระยะทาง 461 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

รถยนต์ใหม่ในงาน Motor Expo 2025 x JAECOO 5 EV

3. BYD Atto 3

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายอดฮิตในงาน Motor Expo 2025 ก็คือ BYD Atto 3 ที่ก็ติดโผมาแรงทั้งก่อนและหลังงาน โดยมีส่วนลดสูงสุดถึง 200,000 บาท ทำให้ราคาจำหน่ายในรุ่น Premium เหลือ 629,900 บาท กับแบตเตอรี่ความจุ 50.25 kWh วิ่งได้ไกลสูงสุด 410 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ส่วนรุ่น Extended เหลือราคาเพียง 699,900 บาทเท่านั้น กับแบตเตอรี่ความจุ 60.48 kWh วิ่งได้ไกลสูงสุด 480 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

รถยนต์ใหม่ในงาน Motor Expo 2025 x BYD Atto 3

4. Toyota Hilux Travo – e

เรียกว่ากระบะไฟฟ้าจากพี่ใหญ่โตโยต้าอย่าง Toyota Hilux Travo – e เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน Motor Expo 2025 ปีนี้ เพราะเป็นการเปิดตัวพร้อมลุยตลาดรถกระบะไฟฟ้าครั้งแรกอย่างเป็นทางการ โดยเปิดตัวมาในราคา 1,491,000 บาท ซึ่งเป็นรุ่นผลิดในไทย มาพร้อมกับความจุแบตเตอรี่ 59.2 kWh แรงดันไฟฟ้า 296 V พร้อมกับระบบส่งกำลัง e – Axle ขับเคลื่อน 4 ล้อ วิ่งได้ไกลสูงสุด 315 กม. ตามมาตรฐาน NEDC มีโหมดการขับขี่ทั้งแบบ Eco, Normal และ Sport ทั้งยังลุยน้ำได้สูงสุด 700 มิลลิเมตร  

รถยนต์ใหม่ในงาน Motor Expo 2025 x Toyota Hilux Travo – e

 5. BYD Ti7

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน Motor Expo 2025 ก็คือการเผยโฉมรถ SUV สไตล์ Adventure อย่าง BYD Ti7 รถปลั๊กอินไฮบริด PHEV เป็นครั้งแรก โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ความจุแบตเตอรี่ 35.6 แบบ Cell – to – Body หากขับขี่ด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวสามารถขับขี่ได้ไกลสูงสุดที่ 155 กม. ตามมาตรฐาน NEDC แต่ยังไม่มีการเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงแค่การโชว์ตัวก่อน แต่ก็ทำให้ได้กระแสตอบรับที่ดีมาก ๆ ของทางค่าย BYD ในงาน Motor Expo ในปีนี้

รถยนต์ใหม่ในงาน Motor Expo 2025 x BYD Ti7

สรุป   

สำหรับยอดจองรถยนต์ใหม่งาน Motor Expo 2025 ในปีนี้ ก็ทำให้เห็นว่าตลาดรถยนต์ในไทยคึกคักเป็นอย่างมากในรอบ 10 ปี เพราะที่ผ่านมางาน Motor Expo ยังไม่สามารถปิดยอดจองไปได้มากกว่า 6 หมื่นคัน แต่ในปีนี้กลับทุบสถิติยอดจองถึง 81,147 คัน ส่วนค่ายรถหลาย ๆ ค่ายก็สามารถสร้างสถิติด้วยยอดจองที่สูงเป็นประวัติการณ์ได้เช่นกัน

อาทิ Toyota ที่สามารถปิดยอดจองไปได้ถึง 10,872 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2024 ถึง 2,575 คัน ในขณะที่ทาง BYD ก็สามารถทุบสถิติยอดจองไปถึง 10,031 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 2,989 คัน และที่สำคัญคือ ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีนมาแรงมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อการใช้รถยนต์ EV มากกว่าที่ผ่านมา ทั้งคุณภาพรถและการขยายสถานีชาร์จที่เพียงพอในปัจจุบัน